นบ่ายไปจนหมดสิ้น“เอาล่ะ อย่าพูดจาไร้สาระเลย ป๋ายซูพยุงข้าลุกขึ้นที พวกเราไปพักผ่อนกันที่สวนดีกว่า”ไม่ว่าอย่างไร ร่างกายของหลินเมิ้งหยาก็ยังคงไม่แข็งแรงดังเดิมแม้ว่างานเลี้ยงจะใหญ่โต ทว่า นางกลับรู้สึกหดหู่ใจสาวใช้ทั้งสองพยุงร่างของหลินเมิ้งหยาออกไปจากงานเลี้ยงเมื่อหลงเทียนอวี้เห็นร่างบางหายไปจากที่นั่ง เขาเริ่มกระวนกระวายคิดอยากตามออกไป แต่กลับถูกไท่จื่อรั้งเอาไว้“น้องสาม พวกเรามาดื่มด้วยกันสักหนึ่งจอกเถิด ก่อนหน้านั้นพี่ใหญ่ผิดเอง เจ้าอย่าได้ใส่ใจไปเลย”ไท่จื่อยกแก้วเหล้าขึ้น พร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังหลงเทียนอวี้จำใจ แม้จะไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ก็ต้องดื่มเหล้ากับไท่จื่อต่อหลินเมิ้งหยามีป๋ายจื่อกับป๋ายซูคอยดูแล คงไม่เป็นอะไรแม้สวนของไท่จื่อจะไม่สวยงามหรูหราเหมือนในวัง แต่ก็เงียบสงบทั้งหญ้าและก้อนหินล้วนผ่านการทำหัตกรรมมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นจึงงดงามและมีเอกลักษณ์ลมหนาวยามค่ำคืนพัดพาเอาความโศกเศร้าในหัวใจของนางออกไป ดังนั้น นางจึงออกเดินเล่นในสวนของไท่จื่อนางกำนัลที่รับหน้าที่ดูแลอาหารภายในงานเลี้ยงถืออาหารผ่านร่างหลินเมิ้งหยาไปอยู่ ๆ หลินเมิ้งหยาร้องเรียกหนึ่งในนั้นเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ“ข้างในนั้นคืออะไร?”นางกำนัลที่ถูกเรียก แม้จะไม่รู้ว่าแขกผู้มเกียรติตรงหน้าเป็นใคร แต่ก็ตอบกลับอย่างมีมารยาท“ตอบฮูหยิน นี่คือยู่ลู่เกิงเจ้าค่ะ”“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่นี่เอง เพราะเหตุนี้ข้าจึงไ