ทของตนเองคนหนึ่งเดินเข้ามา ไม่สนใจสายตาของผู้อื่น ก่อนจะมองหญิงสาวตรงหน้าขึ้นขึ้นลงลง“เอ๋ เจ้าเด็กน้อย เหตุใดเจ้าจึงผอมลงเล่า? หรือหลงเทียนอวี้ไม่ให้ข้าวเจ้ากิน? เข้ามา ยกอาหารที่อร่อยที่สุดประจำร้านมาให้ข้า ของคนอื่นค่อยทำทีหลัง ปล่อยให้พวกเขารอก่อน”ชิงหูเป็นคนเอาแต่ใจ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหลินเมิ้งหยาต้องมาที่หนึ่งเสมอ แม้จะเป็นเทพเซียนหรือฮ่องเต้ก็ต้องรอ“ได้เลยขอรับเถ้าแก่ รอสักครู่”เสี่ยวเอ้อร์ที่แกล้งนอนตายอยู่บนพื้นเด้งตัวขึ้นมา ก่อนจะรีบวิ่งไปทางห้องครัว“นี่…”หลินเมิ้งหยาชี้นิ้วไปทางด้านล่าง ทว่าชิงหูกลับหัวเราะตาหยี ก่อนจะดันตัวนางกลับเข้าไปในห้อง“วางใจเถิด เจ้าเด็กนั่นมีเก้าชีวิต ไม่ตายง่ายๆ หรอก”หญิงสาวทั้งห้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?“เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไร? เหตุใดจึงไม่กลับไปที่จวน? ตรวจสอบเรื่องสกุลเยว่ได้ความว่าอย่างไร?”หลินเมิ้งหยานั่งลงบนตั่ง ก่อนจะยิงคำถามระรัวชิงหูมองนางด้วยสายตาตำหนิ“เจ้าเด็กไร้หัวใจ ทั้งที่ข้ารีบกลับมาแทบตาย ยังไม่ทันที่ลมหายใจจะกลับมาเป็นปกติ แล้วยังจะให้ข้าตอบคำถามมากมายของเจ้าอีก”จิกนิ้วชี้เข้าหานิ้วโป้ง ก่อนจะดีดหน้าผากหลินเมิ้งหยาพลางเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
เสี่ยวเอ้อร์รีบสาวเท้ายาวๆ ลงไปสั่งให้ทำอาหาร สาวใช้ทั้งสี่ลอบมองขึ้นขึ้นลงลงสำรวจสถานที่
อย่าว่าแต่จวนอวี้เลย หากอยู่ในเขตพระราชวัง พวกนางทำได้เพียงเดินตามหล