กหลงเทียนอวี้ มันจะสมเหตุสมผลหรือไม่?
นางครุ่นคิด เตรียมตัวหันหลังกลับ ทว่าทันทีที่หมุนตัว เสียงของหลงเทียนอวี้พลันดังออกมา
“ใครอยู่ข้างนอก?”
คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกจับได้เช่นนี้
หลินเมิ้งหยาทำได้เพียงทำใจให้สงบนิ่ง แง้มประตูเปิดออก
“หม่อมฉันเองเพคะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเมิ้งหยามาขอร้องผู้อื่นโดยมิมีสิ่งใดแอบแฝง
ใบหน้าเรียวเล็ก รอยยิ้มน่ารักจิ้มลิ้ม นางพยายามทำให้ตนเองดูอบอุ่นไร้เดียงสาที่สุด
หลงเทียนอวี้กำลังนั่งอ่านเอกสารทางราชการอยู่ด้านหลังโต๊ะอ่านหนังสือ เงยหน้ามองนางก่อนจะเอ่ยถาม
“มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถิด รอยยิ้มเช่นนี้…ไม่เหมาะกับเจ้าหรอก”
รอยยิ้มอ่อนหวานพลันแข็งทื่อ
คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชายหน้านิ่งอย่างหลงเทียนอวี้จะเอ่ยวาจาทิ่มแทงใจผู้อื่นได้เจ็บแสบถึงเพียงนี้
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันมีเรื่องอยากขอร้องพระองค์จริงๆ เพคะ ไม่ทราบว่าท่านจะสามารถช่วยหม่อมฉันได้หรือไม่?”
หลงเทียนอวี้เงยหน้า จ้องมองนางอีกครั้ง ครู่ต่อมาจึงพยักหน้าลง
หลินเมิ้งหยาไม่รีรอ เอื้อนเอ่ยสิ่งที่ติดอยู่ในใจ
“หม่อมฉันต้องการขอร้องเรื่องป๋ายจื่อ นางมิใช่เพียงสาวใช้ของหม่อมฉัน แต่นางยังเปรียบเสมือนพี่น้อง ดังนั้นหม่อมฉันไม่อยากให้นางต้องไปแต่งงาน หม่อมฉันไม่อยากให้นางได้รับความทุกข์ทรมาน”
แปลกยิ่งนัก หลินเมิ้งหยาเอ่ยปากขอร้องเขาเพียงเพราะสาวใช้คนหนึ่ง
แต่เมื่อลองไตร่ตรองดู มันไม่เหนือความคาดเดาของเขานัก
หลงเทียนอวี้วางป