งเทียนอวี้เป็นเพียงเจ้านายธรรมดาได้อีกต่อไป
สมองว้าวุ่น หลินเมิ้งหยาเดินผ่านสวนดอกไม้ของจวนไป
ราวกับมองไม่เห็นสายตาอาฆาตคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมองทางนาง
ภายในศาลาเล็กที่สวนดอกไม้ หลินเมิ้งหยานั่งลงที่นั่ง ปล่อยให้สายลมกระทบใบหน้าเพื่อไล่อุณหภูมิความร้อนออกไป
ถูกต้อง ตั้งแต่ชาติก่อนจนกระทั่งชาตินี้ หลินเมิ้งหยาไม่เคยหน้าแดงเพียงเพราะถูกสัมผัสตัวเช่นนี้มาก่อน
นางหัวเราะขมขื่นพลางใช้มือจับใบหน้านวลของตนเอง นี่นางกำลังรู้สึกเขินอายเหมือนสาวน้อยแรกแย้มอย่างนั้นหรือ?
หลินเมิ้งหยาที่กำลังตกอยู่ในความคิดของตนเอง ไม่ทันสังเกตเห็นสายตาอาฆาตคู่นั้นที่กำลังจับจ้องมาที่จดหมายลับในมือของนาง
ขณะที่เจ้าของสายตาคู่นั้นกำลังคิดจะปรากฏตัวเพื่อแย่งจดหมายในมือของหลินเมิ้งหยา ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
“ใครกันน่ะ!”
ร่างดำส่งเสียงเย็นชา ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไป
กว่าหลินเมิ้งหยาจะรู้สึกตัว ทั้งสองคนนั้นกำลังต่อสู้เพล้งพล้างกันอยู่หลายกระบวนท่าแล้ว
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นกลางอากาศ ในที่สุดหลินเมิ้งหยาก็ดึงสติกลับมา
รีบเก็บจดหมายลับเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของตนเอง คนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ตรงหน้าทำให้คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน
“หยุด!”
หลินเมิ้งหยาร้องยับยั้งการต่อสู้ คนหนึ่งสวมใส่ชุดสีดำสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ส่วนอีกคนคือชิงหูที่มักจะหัวเราะคิกคักเสมอ
ทว่า คิ้วของชิงหูขมวดเข้าหากันแน่น สายตาบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์
ราวก