แต่หน้ากากที่สวมใส่ทำให้เขาดูลึกลับแปลกประหลาด เพียงได้เห็นก็รู้สึกว่าเขามิใช่คนดี
“ใช่แล้ว เจ้าไม่ใช่ภาระ แต่เจ้าเป็นโทรโข่งต่างหาก”
หลินเมิ้งหยาถลึงตาใส่ชิงหูเพื่อให้เขาหุบปากลง นางมององครักษ์ลับนามว่าเย่
“องครักษ์ลับ…ปกติจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นง่ายๆ มิใช่หรือ? หรือว่าเมื่อครู่ยังมีใครอื่นอยู่ที่นี่อีก?”
เคยได้ยินมาว่าพระชายาเป็นคนฉลาด เย่ไม่เคยเชื่อ
ทว่าวันนี้ได้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องจริง
เขาพยักหน้าลง หลังจากเหลือบมองชิงหูจึงเอ่ย
“เมื่อครู่มีคนคิดลอบทำร้ายพระชายา ตอนแรกข้าน้อยคิดจะเข้าไปจับตัว แต่กลับถูกเขาทำให้คนคนนั้นตกใจและหนีหายไป”
เหลือบมองชิงหู หลินเมิ้งหยาจ้องหน้าเขาเขม็ง
มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ
เหตุใดนางจึงมีสหายสมองหมูเช่นนี้นะ
เงยหน้าถอนหายใจยาว หรือฮวงจุ้ยที่บ้านนางจะไม่ดีกัน เหตุใดคนที่อยู่ภายนอกมักเก่งกาจ แต่พอมาอยู่ข้างกายนางกลับกลายเป็นตัวซวยเช่นนี้!
“ข้า…ไม่รู้เลย ข้าคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายเจ้า”
ชิงหูแก้ตัวเสียงเบา แต่เพราะรังสีอำมหิตอันแข็งกล้าของหลินเมิ้งหยา ทำให้เขาหยุดพูดกะทันหันและพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด
“เรื่องนี้ไม่อาจโทษเขาได้พ่ะย่ะค่ะ คนผู้นั้นมิได้เก่งกาจ แต่ก็พอจะสู้รบตบมือได้อยู่บ้าง แม้แต่ข้าน้อยเองก็เพิ่งรู้สึกถึงการมีตัวตนของเขาตอนที่เขาคิดจะลงมือ”
เย่รายงานตามความจริง ไร้ซึ่งการแต่งเสริมเติมแต่ง อีกทั้งมิได้ใส่ความรู้สึกส่วนตัวเข้าไป
หลินเมิ้งหยาเหลื