ิด”
ทุกคนเดินเข้าไปภายในจวน หลินเมิ้งหยาลอบสำรวจ เหตุใดในกลุ่มคนเหล่านี้จึงไร้ซึ่งเงาของฮูหยินหลินและพี่เยว่ถิง
จู่ๆ ร่างบางที่คุ้นเคยพลันปรากฏในแนวสายตา เยว่ฉียืนอยู่ด้านหลังคนกลุ่มนั้น อีกทั้งยังกะพริบตาให้นางไม่หยุด
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่เผยให้เห็นสีหน้ากังวล หัวใจของหลินเมิ้งหยากระตุก หรือเกิดเรื่องอันใดกับพี่เยว่ถิง?
คนทั้งหมดเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องรับแขก หลังจากหลินเมิ้งหยาโน้มน้าวอยู่นาน เยว่ซื่อหลินจึงยอมนั่งลงยังตำแหน่งเจ้าบ้าน
สาวใช้ในจวนตระเตรียมชาหอมขึ้นชื่อเอาไว้แล้ว หลินเมิ้งหยาจิบเล็กน้อย ความหอมของชาพลันพวยพุ่งเข้าไปในกระพุ้งแก้ม
“ไม่ทราบว่าพระชายาอยู่ที่จวนสุขสบายดีหรือไม่? สหายมู่จื่อยังรักษาการอยู่ที่แถบชายแดน มู่จือจะต้องคิดถึงพระชายาเป็นอย่างมากแน่นอน”
เยว่ซื่อหลินและหลินมู่จือเป็นสหายที่ดีต่อกัน ทั้งสองร่วมรบในสงครามนับครั้งไม่ถ้วน
ดังนั้นเขาจึงมองหลินเมิ้งหยาเป็นเสมือนญาติสนิทคนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นหลินเมิ้งหยายังเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกับหลินมู่จือ ดังนั้นเขาจึงคุยได้อย่างถูกคอ
“ข้าสบายดี ข้าทำให้ท่านลุงเยว่ต้องเป็นห่วงแล้ว ข้าเองไม่ได้รับข่าวคราวจากท่านพ่อและท่านพี่นานมาก ข้าเองก็คิดถึงพวกเขาเช่นกัน”
อันที่จริง ท่านพ่อมักจะส่งคนให้นำจดหมายมาส่งให้ทุกเดือน
แต่จดหมายเหล่านั้นล้วนถูกซ่างกวนฉิงริบไป
ของเล่นที่พี่ชายส่งมาให้ ล้วนถูกหลินเมิ้งหวู่แย่