ว่ซื่อหลินเปลี่ยนไป
“ฉีเอ๋อร์ อย่าเสียมารยาท รีบออกไปเดี๋ยวนี้”
แม้เยว่ซื่อหลินจะเอ่ยเช่นนี้ แต่น้ำเสียงกลับเสมือนคนทำอะไรไม่ถูก
หลินเมิ้งหยาพอจะเข้าใจเหตุการณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว ดูท่าฮูหยินเยว่ผู้นั้นคงคิดจะเลียแข้งเลียขาผู้มีอำนาจ
นางแค่นหัวเราะเสียงเย็นในใจ นางจะยอมปล่อยให้พี่สะใภ้แสนดีของตนเองถูกพรากไปได้อย่างไร?
นางโบกมือ เรียกเยว่ฉีให้เข้ามาใกล้ ก่อนจะส่งเสียงอ่อนโยน
“พี่เยว่ถิงเป็นอะไรไป เจ้าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”
เยว่ฉีสูดน้ำมูก ก่อนจะระเบิดเสียงร้องไห้ออกมา
“ท่านแม่พยายามบีบบังคับให้ท่านพี่ไปแต่งงาน ท่านพี่ไม่ยอม ท่านแม่จึงขังท่านพี่เอาไว้ในห้อง ท่านพี่เองไม่ยอมกินไม่ยอมดื่ม ฉีเอ๋อร์กลัวว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ท่านพี่จะต้องแย่แน่ๆ”
หลินเมิ้งหยาแอบขำในใจ เด็กคนนี้แสดงละครเกินจริงไปหรือไม่
ทั้งที่เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น คนเราจะหิวตายได้อย่างไร
แต่ในเมื่อเยว่ฉีเอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นนางจะรับช่วงต่อเอง
“ท่านลุงเยว่ นี่…ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ? พี่เยว่ถิงหมั้นหมายกับสกุลหลินเอาไว้แล้ว เหตุใดจึงจะให้นางแต่งงานกับผู้อื่น?”
เมื่อถูกผู้มีอายุน้อยกว่าถามเช่นนั้น ใบหน้าของเยว่ซื่อหลินพลันร้อนผ่าว
เขาไม่เคยเห็นด้วยที่จะให้ลูกสาวแต่งงานออกเรือนไปไกลบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องการถูกเลือกเมื่อวานก็ผ่านไปแล้ว
เหตุใดวันนี้ฮูหยินของเขาจึงเอาความเป็นความตายมาล้อเล่น
แม้เขาจะไม่มีทางยกเล