พยายามทำใจให้สงบ “ได้ขอรับ เชิญตามข้ามา”
ถึงอันหลินจะดูไม่ค่อยเหมือนคนร่ำรวย แต่จรรยาบรรณในการทำงานของหวงสือก็สูงมากอยู่ดี พยายามยับยั้งอารมณ์ขุ่นมัวของตน เดินนำทางอยู่ด้านหน้า
เขาคิดไว้แล้วว่า หากอันหลินกล้าปั่นหัวเขา รับรองว่าเขาจะจัดการอันหลินจนแม้แต่แม่เขาก็จำไม่ได้
“สหายอันหลิน นี่เป็นนักประเมินราคาแห่งหอดิ้นทองของเรา สหายเฮยมู่และสหายหลิวหั่ว” หวงสือพาอันหลินกับสวีเสี่ยวหลานเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งแล้วแนะนำชายชราสองคน
เฮยมู่กับหลิวหั่วเป็นชายชราผมขาวโพลนทั้งคู่ นัยน์ตาลุ่มลึกสดใส ให้ความรู้สึกผ่านโลกมาอย่างโชกโชน มากด้วยประสบการณ์
อืม…ท่าทางไม่เลว…
อันหลินแอบชมในใจ
“สหายท่านนี้อยากขายอาวุธวิเศษหรือ” เฮยมู่มองอันหลิน ดูจากท่าทางกับลักษณะแล้ว ยังดูหนุ่มอยู่มาก ปกติคนแบบนี้ไม่ค่อยมีของดี ด้วยเหตุนี้น้ำเสียงจึงเจือความสงสัย
อันหลินรู้ว่าชายชราสองคนนี้ล้วนมีชื่อในเมืองหลวงของแคว้นเทียนเหอ เป็นคนที่ยุติธรรมรักษาสัตย์ จึงไม่ระแวดระวังมากนัก โยนอาวุธวิเศษสิบสองชิ้นออกมาในอึดใจเดียว
คลื่นพลังของอาวุธวิเศษอัดแน่นไปทั่วพื้นที่ทันที ส่องแสงระยิบระยับ วัสดุงดงามยิ่งนัก
“นี่มัน…” เฮยมู่กับหลิวหั่วต่างก็ตะลึงพรึงเพริด เบิกตากว้างมองอาวุธที่วางกองบนพื้นลวกๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ของพวกนี้ล้วนเป็นอาวุธวิเศษ มิหนำซ้ำยังไม่ด้อยคุณภาพอีกด้วย!
หวงสือก็ตกใจเช่นกัน แม้เขาจะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่เมื่อเห