ษณ์ทำหน้าคาดหวัง ต้าไป๋เกาหัว
“ในเมื่อไข่ของมันเป็นสีน้ำเงิน เช่นนั้นเราก็เรียกมันว่าเสี่ยวหลานก็แล้วกัน!”
เสี่ยวหง “…”
เจ้าอัปลักษณ์ “…”
ต้าไป๋ “…”
ในฐานะของพี่ใหญ่อย่างเสี่ยวหง เพื่อผลประโยชน์ของน้องสี่ มันจึงลุกขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว
มันไม่ใช่เสี่ยวหงที่อ่อนแอน่ารังแกเช่นตอนแรกแล้ว มันจะให้โศกนาฎกรรมเกิดขึ้นกับน้องสี่ไม่ได้!
เสี่ยวหงหัวเราะเยาะอันหลิน “หึๆ นายท่าน ท่านตั้งชื่อตามสีอีกแล้วหรือ ขนของเจ้าอัปลักษณ์เป็นสีเหลือง ท่านก็เรียกเจ้าอัปลักษณ์ว่าเสี่ยวหวงไปเลยเถอะ เช่นนั้นทั้งเสี่ยวหง เสี่ยวหวง เสี่ยวหลาน ต้าไป๋ก็ล้วนเป็นชื่อที่มาจากสีทั้งหมดแล้ว ไพเราะนัก!”
มันพูดเช่นนี้ เจตนาเหน็บแนมในคำพูดชัดเจนอย่างยิ่ง ไม่พอใจกับรสนิยมกันพิลึกของอันหลิน!
ใครจะรู้ว่าเมื่ออันหลินได้ฟัง นัยน์ตากลับเป็นประกายวาบ “เอ๊ะ เป็นความคิดที่ดี…ไยข้าถึงคิดไม่ถึงนะ! เจ้าอัปลักษณ์ ต่อไปเจ้าเปลี่ยนชื่อเป็นเสี่ยวหวงก็แล้วกัน!”
เขาชี้เจ้าอัปลักษณ์และพูดอย่างตื่นเต้น
อันหลินตื่นรู้แล้ว สัตว์เลี้ยงในวันหน้าตั้งชื่อด้วยสีนี่แหละ แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำเงิน ม่วง สัตว์เลี้ยงเจ็ดสี เป็นเจ็ดกุมารน้ำเต้าพอดี!
เจ้าอัปลักษณ์หน้ามืดเมื่อได้ยิน ต้าไป๋ถอยกรูด ส่วนเสี่ยวหงกลับทำหน้าสิ้นหวัง ห่อเหี่ยวราวกับไม่ได้สังเคราะห์แสงหนึ่งวันเต็ม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงเวลากลางวันโดยไม่รู้ตัว
สมาชิกของเผ่าพันธุ์ปีกปัณฑูร