เป็นแน่แท้
แต่ทว่า เหยาหมิงซียังคงถือกระบี่ประจันหน้าอย่างไม่รักตัวกลัวตาย
หากไม่ใช่เพราะมนุษย์หินตนนี้รู้ว่าอันหลินเป็นหนึ่งในตัวแทนของสรวงสวรรค์ ลั่นวาจาดูหมิ่นอันหลิน เหยาหมิงซีก็คงไม่ทุ่มเทสุดชีวิตเช่นนี้…
นักเรียนที่ล้อมมุงดูก็กัดฟันกรอดจ้องมนุษย์หินเขม็งเช่นเดียวกัน
พลังยุทธ์ของพวกเขาแตกต่างกับมนุษย์หินมากเหลือเกิน มิเช่นนั้นคงลงมือรุมสกรัมมันไปแล้ว
“หยุด!”
อันหลินขี่ก้อนอิฐเหาะมา เมื่อเห็นภาพเบื้องล่างก็ตะโกนลั่นทันที
เขาพบว่าสภาพของเหยาหมิงซีย่ำแย่เหลือทน หากทั้งคู่ประมือกันต่อไปละก็ เหยาหมิงซีต้องบาดเจ็บสาหัสแน่!
“ใหญ่ขึ้น ๆ ๆ!”
ก้อนอิฐสีนิลขยายใหญ่ไม่หยุด สุดท้ายก็ลอยลงมาเหนือศีรษะของมนุษย์หินประหนึ่งเป็นภูเขาไท่ซาน!
เมื่อมนุษย์หินเห็นก้อนอิฐสีดำที่หล่นลงมายังมัน ก็ชูหมัดขึ้นโจมตีอิฐทมิฬ
ครืน!มวลพลังงานมหาศาลแผ่ขยายไปไกลสิบกว่าจั้งพร้อมกับคลื่นพลังอันน่ากลัว ราวกับผืนธรณีเองก็ต้านทานพลังลูกนี้ไม่ไหว เริ่มทรุดตัวและแตกระแหง
“อ๊าก!” อิฐทมิฬนิ่งไม่ไหวติง แต่มนุษย์หินกลับร้องโหยหวนขึ้นมา
ราวกับกำปั้นของมันชนกับวัตถุที่แข็งและทนทานอย่างยิ่ง มันปริแตกแล้ว
“ศิษย์พี่อันหลิน!” เหยาหมิงซีเห็นอันหลินที่ร่อนลงมาจากฟ้า มองร่างนั้นอึ้งๆ เนื้อตัวสั่นเทา
เหยาซิ่วปิดปาก ทั้งตกใจและดีใจ
นักเรียนโดยรอบเห็นอันหลินโผล่มากะทันหันก็พากันตะโกนว่าดี จดจ้องเขาด้วยแววตาเป็นประกาย
“เหยาหมิงซี เกิดอะ