องค์ชายเจ็ดฉู่ฟงสอดส่องสายตาที่แสนเย็นชาไปรอบบริเวณ ทันทีที่เห็นหลงเฉินผู้ที่เป็นดั่งห่านฟ้าอยู่ในดงของลูกไก่กำลังอยู่ในท่านั่งที่สบายซึ่งแตกต่างจากผู้คนอื่นที่กำลังหมอบลง เขาจึงไม่อาจที่จะข่มความขุ่นเคืองเอาไว้ได้
“หลงเฉิน เจ้าบังอาจยิ่งนัก องค์ชายเจ็ดอยู่ในที่แห่งนี้ เจ้ายังไม่คุกเข่าหมอบกราบลงอีก เจ้าคิดที่จะก่อกบฏหรืออย่างไร?”
โจวเย้าหยางและพรรคพวกที่อยู่ข้างกายขององค์ชายเจ็ดคิดไม่ถึงว่าหลงเฉินจะแสดงท่าทางเช่นนั้น การกระทำที่ไม่ควรที่จะแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าองค์ชายเจ็ดเช่นนี้
ในครั้งก่อนที่หวังหมางถูกหลงเฉินตบเข้าไปยังใบหน้าจนฟันหลุดออกจากปากนั้น ทำให้บัดนี้เขาไม่อาจข่มกลั้นความตื่นตระหนกไว้ได้ เกรงว่าหลงเฉินจะมีปฏิกิริยาเช่นนั้นโต้กลับมาอีก จึงได้ตะโกนร้องออกมาเสียงดังเพื่อข่มขวัญหลงเฉินเอาไว้ก่อน
ส่วนคนอื่นๆ นั้นต่างพากันตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า รวมไปทั้งเจ้าอ้วนและพวกพ้องที่เพียงได้ยินเสียงก็พลันตกใจจนหลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมา ในระหว่างการต่อสู้ของลูกขุนนางย่อมไม่อาจเป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างแน่นอน