ใบหน้าของหวังหมางเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ลิ้นจุกอยู่ในปาก ไม่กล้าแม้จะกล่าวอันใดออกมาแม้แต่วลีเดียว ฝืนกลั้นความทรมานจากปฏิกิริยาที่อยู่ในกระเพาะ เขาเกรงว่าหากอ้าปากขึ้นมาเพียงน้อยนิดอาจจะสำรอกออกมาเป็นแน่
“หลงเฉิน เจ้าเป็นเพียงแค่บุตรขุนนางผู้ต่ำต้อย เหตุใดจังไม่รู้จักเบื้องต่ำเบื้องสูง คิดที่จะก่อกบฏหรืออย่างไร เมื่อพบองค์ชายเช่นข้าอยู่เบื้องหน้าเจ้า เหตุใดยังไม่รีบคุกเข่าอีก?” องค์ชายเจ็ดตะโกนขึ้นมาด้วยโทสะแรงกล้าแล้วชี้หน้าหลงเฉิน
องค์ชายเจ็ดจะเอาแต่ใจอยู่แล้วเป็นปกติ แม้แต่องค์ชายองค์หญิงท่านอื่นทั้งหลายต่างก็ไม่มีใครนึกอยากจะมีปัญหาด้วย เมื่อในวันนี้ได้พบกับบุตรขุนนางเพียงคนเดียวที่หาญกล้า ปฏิบัติตนเหมือนเขานั้นไร้ตัวตน อันไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำมาก่อน เขาจึงไม่อาจที่จะยับยั้งความเดือดดาลที่กำลังปะทุขึ้นมาได้
เมื่อมองไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็อดที่จะหน้าถอนสีหน้าถอยหลังไปมิได้ หลงเฉินกล่าวออกมาด้วยเสียงราบเรียบ “เจ้าก็เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง ข้าจะไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าก็แล้วกัน มาจากทางไหน ก็กลับไปทางนั้นเถิด”
“อะไรกัน?”