เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้แล้วกล่าว “ม่งฉี เรื่องนี้ไม่อาจโทษเจ้าได้ ไม่ใช่ความผิดของเจ้า หากจะโทษก็ต้องโทษบิดาของข้ากับบิดาของเจ้า เป็นพวกเขาทั้งสองที่มีความผูกพันกัน เช่นนั้นก็เชิญให้พวกเขาอภิเษกสมรสกันเถิด เหตุใดต้องมาบีบบังคับพวกเรา?”
ม่งฉีที่กำลังสะอึกสะอื้นอยู่ เมื่อได้ยินวาจาเหลวไหลที่กล่าวออกมาอย่างไร้เดียงสาก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
แววตาปรากฏความปลื้มปริ่มอย่างไม่รู้ตัว คล้ายบุพผาที่กำลังผลิบานหลังฤดูฝน คล้ายความงดงามของฤดูใบไม้ผลิ ความรู้สึกในตอนนี้สุขล้นจนไม่อาจหาสิ่งใดมาเทียบได้ หลงเฉินที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ก็ได้เอ่ยวาจาที่ไม่น่าให้อภัยขึ้น “ม่งฉี เจ้าช่างงดงามเหลือเกิน…”
เมื่อลั่นวาจาออกไปอย่างไม่อาจห้ามทัน ความรู้สึกเสียใจถาโถมเข้ามา อยากจะหายไปจากตรงนี้เสียจริง แต่ไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้แล้ว ในเมื่อความในใจถูกเปิดเผยออกไป หลงเฉินจึงทำได้แต่ปล่อยไปเลยตามเลย
วาจาที่เอ่ยไปยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด ม่งฉียืนนิ่งไม่โต้ตอบอันใด ทว่าบัดนี้ใบหน้ากลับแดงเสียยิ่งกว่าลูกตำลึง สายตาทอเป็นประกาย ท่าทางบิดม้วนด้วยความขวยเขิน ยิ่งทำให้หลงเฉินไม่อาจหยุดความหลงใหลต่อความงามนี้ได้เลย