ครั้นเห็นซูจือซินไม่สะทกสะท้าน เขาจึงมองอย่างขี้ขลาดไปทางชายหนุ่มที่กำลังเผชิญหน้ากับซูจือซิน “พี่ชาย หรือว่าพี่จะเป็นฝ่ายปล่อยคนไป?”
กานว่างขมวดคิ้ว ปู่ซูถูกเขาจับตัวไว้
ปล่อยไม่ได้ คนผู้นี้อันตรายกว่าซูจือซินเสียอีก
ตอนที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อต่อกัน น้ำเสียงราบเรียบก็ได้แทรกเข้ามา
“กานว่าง ปล่อยเขาซะ”
กานว่างได้ยินจึงหันไป ตอนที่เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ปลอดภัยดีไร้รอยขีดข่วน ในดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจ
เขาคลายการควบคุมปู่ซูอย่างเชื่อฟัง
ปู่ซูฉวยโอกาสหนีด้วยความรวดเร็วราวกับลมพัดแล้วยังฉกตัวซูม่านม่านที่อยู่ข้าง ๆ เฝ่ยไป๋ลู่ไปด้วย
ในเวลาเดียวกันนั้นเองเหมียวจื่ออั๋งก็โยนหุ่นเชิดยักษ์ที่ใช้ควบคุมออกไปขวางตรงหน้าปู่ซูและซูม่านม่านเอาไว้
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่กานว่าง “ร่างกายของคุณไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?”
“ผมไม่เป็นไร” กานว่างส่ายหัว เขามองคนตระกูลซูทั้งสามคนแล้วอธิบายสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสั้น ๆ
การรับรู้ของเขาตกอยู่ในสภาวะโคม่ามาตลอด จนกระทั่งได้ยินเสียงมังกรร้องคำรามดังก้องทั่วท้องฟ้า ถึงได้ฟื้นคืนสติ
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบผ่านเหมียวจื่ออั๋ง เขาก็เตรียมตัวเข้าไปตามหาเฝ่ยไป๋ลู่ในภูเขา แต่กลับเจอปู่ซูและซูจือซินที่มีสีหน้าร้อนใจ
กานว่างเห็นว่าบนตัวพวกเขามีพลังชั่วร้าย สีหน้าไม่ปกติ จึงได้จับตัวพวกเขาไว้
“เธอไปทำอะไรบนภูเขา?” เสียงปู่ซูแหบแห้ง ในดวงตาไม่ปิดบังความเกลียดชังท