มา
ในมุมห้องด้านหนึ่ง นักรบที่ห่อหุ้มด้วยชุดเกราะหนาหนักยืนกุมดาบขนาดเท่าบานประตูเล่มหนึ่ง ชุดเกราะบนร่างมันทั่วร่างไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย กระทั่งใบหน้ายังปิดคลุมอย่างแน่นหนา ไม่มีผู้ใดเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของมัน
ทุกผู้คนล้วนทราบว่าซิ่นกงจู่มีองครักษ์เกราะหนักผู้หนึ่งอยู่ข้างกายตลอดเวลา แต่ไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นมันลงมือ มันไม่เคยเอ่ยปาก เพียงถือดาบยืนนิ่งเงียบงันอยู่เบื้องหลังซิ่นกงจู่ ราวกับมองไม่เห็นเหล่าคนที่ติดตามพัวพันนางอยู่ในสายตา
ซิ่นกงจู่ยกมือลูบไล้สร้อยคอที่นางไม่เคยปล่อยให้ห่างกาย ทอดถอนใจเบา ๆ สีหน้าอ้างว้างเดียวดายยิ่ง นางขดตัวประหนึ่งลูกแมวที่หวาดกลัวความหนาวเหน็บ
ซิ่นกงจู่ในเวลานี้ ไม่หลงเหลือเค้าความเชื่อมั่นสง่างามที่นางเคยมียามอยู่ต่อหน้าผู้คน
ทันใดนั้นเอง องครักษ์ชุดเกราะที่ประดุจรูปสลักหินร่างสาดพุ่งออกมาอย่างฉับพลัน เต็มไปด้วยคล่องแคล่วว่องไวเหนือธรรมดา ไม่มีวี่แววเชื่องช้าเทอะทะแม้แต่น้อย.
มันพลันปรากฏกายข้างประตู
ซิ่นกงจู่ดวงตาเบิกกว้าง เหม่อมององครักษ์เกราะหนักอย่างตื่นตะลึงนางเพิ่งเคยเห็นมันมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เกิดเรื่องอันใด?
“กงจู่ รีบเข้านอนแต่เนิ่น ๆ เถอะ” จูเข่อผู้มีผมเผ้าคิ้วเคราขาวโพลนทอดตามองหว่านกงจู่อย่างรักเวทนา ราวกับว่านางเป็นหลานสาวของมันเอง ซึ่งความจริงมันเฝ้าดูแลองค์หญิงน้อยนางนี้ตั้งแต่ยังแบเบาะจนกระทั่งเติบใหญ่ นางแท