บไม่ต่างอันใดจากหลานสาวของมันเองจริง ๆ
“ท่านปู่จู หอสมบัติมหาสันติมีอยู่จริงหรือคะ?” หว่านกงจู่ทำตาโต สีหน้าอยากรู้อยากเห็น
จูเข่ออดแย้มยิ้มไม่ได้ ใบหน้ายับย่นแย้มยิ้มจนยับย่นยิ่งกว่าเดิม “กงจู่ชมชอบหอสมบัติรึ?”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! มันดูสนุกสนานน่าสนใจยิ่ง ปรมาจารย์ซือจื่อหมิงเป็นบุคคลอันร้ายกาจ ต้องเก็บสะสมทรัพย์สมบัติมากมายเอาไว้แน่”หว่านกงจู่ดวงตาเต็มไปด้วยความเพ้อฝันระคนมุ่งมาดปรารถนา
“ฮ่าฮ่า!” จูเข่ออดหัวร่อดัง ๆ ไม่ได้ มันยกมือลูบศีรษะของหว่านกงจู่อย่างรักถนอม พลางกล่าวว่า “หากกงจู่อยากได้ บ่าวเฒ่าจะลองไปสืบหาสักครา ดูว่าเมื่อใดจะถึงเวลาที่มันปรากฏขึ้น”
“เป็นความจริง? ท่านปู่จูอย่าหลอกลวงข้า!” หว่านกงจู่อุทานอย่างปิติยินดี “เช่นนั้นก็ประเสริฐ! หอสมบัติมหาสันติ เพียงแค่คิดถึงมันก็ชวนให้ผู้คนตื่นเต้นแล้ว! น่าสนใจกว่างานเลี้ยงกับคนเหล่านั้นมาก!”
“หลายวันมานี้ลำบากกงจู่มากแล้ว!” จูเข่อกล่าวอย่างห่วงใย
หว่านกงจู่สั่นศีรษะระรัว “สามารถช่วยเหลือท่านพ่ออีกแรงหนึ่งเรื่องเล็กน้อยเท่านี้ไม่ถือว่ายากลำบากอันใด!”
“กงจู่เติบใหญ่แล้ว!” จูเข่อชื่นชม ทันใดนั้นเอง มือของมันชะงักงันวูบหนึ่งแทบสังเกตไม่เห็น จากนั้นมันกล่าวอย่างอ่อนโยน “กงจู่ นอนเสียเถอะเวลาไม่เช้าแล้ว”
ความง่วงงุนที่ยากจะบ่งบอกบรรยายแผ่ซ่านไปทั่ว หว่านกงจู่เปลือกตาหนักอึ้ง นางหาวพลางกล่าว “ท่านปู่จู … …ข้าจะนอนแล้ว… …”
วาจายังกล่า