วไม่จบคำ นางก็หลับใหลไปทันตา จูเข่อดึงผ้าห่มคลุมกายให้แก่นางอย่างเบามือ รอจนมันหันกายกลับมาอย่างช้า ๆ ดวงตาพลันสาดประกายอำมหิตวูบหนึ่ง
“สืบทราบเรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลักศิลาทักษะปิศาจแล้วหรือไม่?”เสียกงจู่ยามนี้ไม่มีรอยยิ้มพริ้มพรายบนใบหน้าเหมือนเช่นยามปกติ สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“เรียนกงจู่ ยังไม่ทราบขอรับ!” ผู้ใต้บังคับบัญชาสุ้มเสียงสั่นระริก
“เหล่าสัดใส่ข้าวที่ใช้การไม่ได้!” เสียกงจู่ใบหน้าเย็นเยียบ “ตระกูลส่งเจ้ามาประจำการอยู่ที่นี่หลายปีเพื่อสิ่งใดกัน? ลำพังเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ยังไม่มีปัญญาสืบเสาะ? มิหนำซ้ายังมีเรื่องหอสมบัติมหาสันติ!เรื่องราวใหญ่โตถึงเพียงนี้ เจ้ากลับไม่เคยได้ยินเลย!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาแทบไม่กล้าหายใจแรง ทุกผู้คนล้วนทราบดีว่าในเวลาเช่นนี้ หากพวกมันโต้แย้งกงจู่ พวกมันจะมีจุดจบน่าอนาถยิ่ง!
“แล้วข่าวลือเรื่องหอสมบัติมหาสันติ มีเบาะแสใดบ้างหรือไม่?” เสียกงจู่ยังคงถามต่อ “ผ่านมาตั้งนานหลายปีดีดักไม่มีผู้ใดเคยระแคะระคายแต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งโลกล้วนล่วงรู้! เห็นได้ชัดว่ามีเลศนัย!”
“บริวารใช้การไม่ได้… …”
เพี๊ยะ โถกำยานพุ่งลิ่ว กระแทกใส่ใบหน้าปิศาจที่กำลังกล่าววาจาอย่างถนัดถนี่ โลหิตไหลปรี่ลงมาทันควัน ปิศาจตนนี้ไม่กล้าหลบเลี่ยง ทั้งไม่กล้าขยับ ปล่อยให้เลือดไหลอาบใบหน้า หยดลงกระทบพื้น
“เศษสวะ! ล้วนเป็นเศษสวะ!” เสียกงจู่หอบหายใจอย่างขุ่นแค้นทรว