ขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ ฉันจะเป็นกำลังให้กับละครของคุณอูยอนด้วยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
“สวัสดีค่ะ”
ชเวอินซอบเองก็ก้มหัวเพื่อร่ำลานักข่าวด้วย นักข่าวยุนอารึมยิ้มพร้อมกับโบกมือ
“ว่าแต่ฉันโทรศัพท์ไปเบอร์นั้นได้จริงๆ เหรอคะ”
“เอ่อ…ถ้าเป็นเรื่องงานก็ไม่เป็นครับ”
“ล้อเล่นค่ะ ไว้เจอกันคราวหน้านะคะ”
“ครับ ไว้เจอกันนะครับ”
อีอูยอนไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหารจนกระทั่งเข้ามาในลิฟต์ เมื่ออยู่กันตามลำพังในลิฟต์ อีอูยอนก็เปิดปากพูด
“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นสินะครับ”
“ครับ?”
“คนในสเปคน่ะครับ”
“ปะ เปล่านะครับ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ…ผมแค่ไม่มีนามบัตร พอได้รับนามบัตรมาก็เลย…ขอโทษครับ ผมไม่ได้ให้เบอร์โทรศัพท์ไปด้วยจุดประสงค์นั้นนะครับ ถ้าทำให้คุณเข้าใจผิดผมก็ขอโทษด้วยครับ”
อีอูยอนมองชเวอินซอบที่เอ่ยขอโทษตนอย่างตื่นตระหนก เขาฉีกยิ้มมากกว่าปกติ
“เข้าใจผิดอะไรกันล่ะครับ ถ้าถูกใจคุณก็ให้เบอร์ติดต่อเขาได้ครับ”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”
“งั้นเหรอครับ”
ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียง ติ๊ง แม้ขณะที่เดินไปยังที่จอดรถ ชเวอินซอบก็ยังทำสีหน้าเหมือนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้เขาจะไม่ใช่คนประเภทที่จะแก้ตัวให้กับการกร