รผู้จัดการของเราล่ะ ก็ต้องไปกับนักต้มตุ๋นจอมโกงนี่อยู่แล้วสิ”
“ทำไมฉันถึงเป็นนักต้มตุ๋นล่ะ ยกเว้นครั้งที่แล้วที่ฉันทำแบบนั้น ทำไมนายถึงดึงเหยื่อล่อของฉันทิ้งตอนที่ฉันหลับล่ะ”
“ผมไปช่วยดูให้เพราะทุ่นมันขยับต่างหาก ให้ตายเถอะ คุณถูกหลอกอยู่ตลอดหรือไง ถึงได้ไม่เชื่อที่คนเขาพูดเลย”
“ยังไงก็ตามคราวนี้ฉันจะจับนายให้ได้คาหนังคาเขาเลย”
“ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะครับ”
ชเวอินซอบมองภาพที่คนทั้งคู่เถียงกันไปมาเหมือนกับเด็กเล็กๆ อย่างตื่นเต้น นั่นก็เพราะตามที่ตนรู้ลำดับขั้นในสถานที่ทำงานในประเทศเกาหลีเป็นเรื่องที่ชัดเจน แต่คนทั้งคู่ดูเหมือนกับเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว
“พวกคุณสนิทกันเหรอครับ”
อินซอบถามสิ่งที่สงสัยในหัวของออกไปอย่างไม่รู้ตัว พอเขาทำแบบนั้นลงไป เขาก็เอามือมาปิดปากพลางพูดว่า ‘ขอโทษครับ’ พร้อมกับก้มหัวขอโทษ
“มีเรื่องอะไรให้ต้องขอโทษล่ะ ก็หัวหน้าทีมชาเป็นโร้ดเมเนเจอร์[1] ให้ฉันสมัยฉันเป็นนายแบบน่ะ”
“จริงเหรอครับ”
“ใช่ ตอนนั้นเขายังเป็นโร้ดเมเนเจอร์ที่ยังเป็นเด็กอยู่เลย โตขึ้นมากเลยนะ หัวหน้าทีมชาเนี่ย”
“กรรมการผู้จัดการก็เหมือนกันครับ ใครจะคิดว่าคุณชายบ้านรวยที่ทำงานนายแบบเป็นงานอดิเรกจะ