ำพูดกับซังอูอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความรู้สึกผิดโดยไม่จำเป็น แจยองก็โอบพนักพิงด้วยแขนขวา แล้วยืดมือซ้ายออกไปจับมือจับประตูรถ ก่อนโน้มตัวไปด้านหน้าโดยไม่จำเป็นจนจมูกเฉียดใกล้แก้มของซังอู
ผิวของอีกฝ่ายสะท้อนแสงจันทร์เปล่งประกายท่ามกลางความมืดจนดูขาวซีด ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นสีดำหรือไม่ก็สีขาวเหมือนในภาพยนตร์ขาวดำ ด้วยความปรารถนาที่อยากจะมองใบหน้าของซังอู แจยองจึงถอดหมวกของเจ้าตัวออกแล้วโยนไปไว้ที่เบาะหลัง
ภาพที่มีความคอนทราสต์[2]กันสูงทำให้ใจของแจยองเต้นแรง ทั้งจมูกและขนตา รูปร่างของเงาที่เกิดจากริมฝีปาก ลวดลายสีดำบนแก้มที่เกิดจากรอยเปื้อนบนกระจก ทุกๆ องค์ประกอบทำให้ซังอูกลายเป็นตัวเอก ใบหน้ายามหลับดูไร้เดียงสากว่ายามตื่นมากเสียจนเขาต้องเลียริมฝีปากขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดบาปไปด้วย
‘กูต้องทำยังไงกับเด็กนี่ล่ะเนี่ย’
มันเป็นความปรารถนาที่น่าพิศวง เพราะอีกฝ่ายไม่มีอะไรเหมือนคนอื่นๆ ที่แจยองเคยให้ความสนใจเลย ไม่มีจุดเด่น เป็นคนเงียบๆ และไม่ยืดหยุ่น ซังอูอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญในบางเรื่อง แต่กลับโง่เขลาในเรื่องความสัมพันธ์
แจยองผู้ผ่านการมีความสัมพันธ์มาพอสมควรจะไม่ตามติดคนที่ไม่ชอบตน บนโลกนี้มีผู้คนตั้งมากมา