รังเกียจกำลังโน้มน้าวให้เขาทำงานด้วย?
“แล้วผมเรียกไม่ได้เหรอครับ ก็เห็นเรียกแบบนั้นกันหมด”
ซังอูเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกต่อต้าน แจยองโยนบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้เหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ที่ฝ่ามือกลับชื้นไปด้วยเหงื่อ และหัวใจเต้นแรง
“ไม่ได้ นายห้ามเรียก”
‘ไม่อ่อนโยนกับใจกูเลย ไอ้เด็กเวร’
“เข้าใจแล้วครับ”
จากนั้นระหว่างทั้งคู่ก็ถูกปกคลุมด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด ฝ่ายนั้นจ้องผนังพลางทำปากยื่น ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าแจยองยังคิดว่าคนตรงหน้าน่ารัก สมองของเขาคงไม่ปกติแล้วจริงๆ แจยองจ้องพื้นพลางครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ซังอูมาหาตนอีกครั้ง
‘ดูเหมือนจะต้องการเราขึ้นมาสินะ’
ถ้าพูดในฐานะอาจารย์ชูซังอูผู้มีวงจรความคิดที่มีประสิทธิภาพสูงก็คือเมื่อจำเป็นต้องร่วมมือกับใครสักคน แม้แต่เรื่องที่เคยทะเลาะกันใหญ่โตก็สามารถมองข้ามได้ ซึ่งถ้าเขาอยู่ในสถานะนั้นก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่แจยองมีความเป็นมนุษย์มากเกินไป เขาไม่มีความมั่นใจที่จะพัฒนาเกมร่วมกับซังอู
ความภาคภูมิใจของเขาตกต่ำถึงขีดสุด และความรู้สึกก็เน่าเสียจนมีหนอนชอนไช ต่อให้ซังอูทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำเหมือนว่าที่ผ่านมาไม่เคยเฉยเมยใส่แจยองมาก่อ