น แต่หัวใจของแจยองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นแจยองอยู่กับความรู้สึกสับสนระหว่างการข้ามเส้นกับไม่ข้ามเส้นและความปรารถนาอันไม่บริสุทธิ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นครั้งคราวมาสองอาทิตย์แล้ว แจยองไม่อยากยืดช่วงเวลานั้นออกไป เพราะฉะนั้นเขาควรที่จะปฏิเสธ…
“มั่นใจเหรอว่าจะทำเสร็จภายในเทอมนี้”
นี่เป็นครั้งแรกที่ชูซังอูร้องขออะไรสักอย่าง ด้วยเหตุนั้นแจยองจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ในทันที นี่เขาลืมเรื่องที่เคยถูกเหยียดหยามทุกครั้งไปแล้วหรือ? ช่างน่าสมเพชที่แค่อีกฝ่ายเข้าหาก่อนเขาก็ไม่กล้าทำอะไรแล้ว แจยองไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ
อย่างไรก็ตาม อีกนัยหนึ่งมันก็น่าประทับใจมากที่วันหนึ่งหุ่นยนต์ที่รู้จักแต่การตบแก้มเป็นฝ่ายเดินเข้ามาชวนคุยก่อน แจยองคิดว่าตัวเองสมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในสมัยหน้า
“ผมรู้ครับว่ารุ่นพี่มีแผนจะไปเรียนต่อ ผมขอเวลาแค่สี่เดือนจนถึงปิดเทอมก็พอครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะทำให้เสร็จ”
“มีเวลาพัฒนาสั้นมากเลยนะ นายต้องเรียนไปด้วยไม่ใช่หรือไง”
“ผมจะลดฮาร์ดโค้ด[3]ลง แล้วใช้เกมเอนจิ้น[4]เป็นหลักครับ ส่วนเรื่องเรียนก็เรียนแค่ไม่กี่ตัวอยู่แล้ว”
ไปเอาแรงผลักดัน ความด้