องอีกฝ่ายจึงลุกขึ้นจากการนั่งคร่อมบนลำตัวของยอนอีด้วยแววตาไม่สบายใจนัก
“พี่! เป็นอะไรไหมครับ?”
ดิออนยื่นหน้าเข้ามาพร้อมกับชูนิ้วขึ้นตรงหน้าเขาและถามว่าเห็นกี่นิ้ว พอเบนหน้าไปมองดูบริเวณโดยรอบจึงเห็นว่าคนอื่น ๆ กลับกันไปหมดแล้ว สเตจเปลวไฟที่ดิออนสร้างขึ้นก็หายไปแล้วเช่นนั้น เหลือเพียงแค่เขม่าสีดำเป็นวงอยู่บนพื้นเหมือนรอยแผลเป็นน่าเกลียดเท่านั้น
“…3 นิ้ว”
“โอ๊ะ ได้สติแล้วจริง ๆ ด้วย”
นัยน์ตาสีอ่อนทอดมองดิออนที่ส่งยิ้มสดใสมาให้ ก่อนจะหันไปจ้องแทฮาจินที่กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนเขม็ง ขนาดมีสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาอยู่ในตัว แต่คนคนนี้ก็ยังสามารถขยับเขยื้อนได้เหมือนปกติ เขาจะรู้หรือเปล่านะ ว่าในภาชนะของตัวเองมีสิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองอาศัยอยู่
ยอนอียังคงจดจำภาพนั้นได้อย่างชัดเจน
ถ้าหากนรกมีจริงก็คงเป็นสถานที่แห่งนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
‘จะเรียกว่าภาชนะได้ไหมนะ?’
ในสายตาของยอนอี ภาชนะของแทฮาจินสมควรจะเรียกว่าโลกอีกใบเสียมากกว่า
พอได้เห็นกับตาแล้ว การที่เขาจะมีศักยภาพและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาวะคลั่งถึงขนาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ถ้าหากไม่ใช่พวกมีคุณสมบัติซ้อนระดับเท่าเขาก็คงไม่มีใครสามา