นเซวียนนะ”
นางไม่ลืมหันมากำชับอาเหลยซึ่งเดินด้วยสามขา
เหลียนเซวียนลอบกัดฟัน แม่นางผู้นี้สงบเสงี่ยมได้ไม่กี่วัน นึกว่านางแก้นิสัยปรับปรุงตัวใหม่แล้ว ที่ไหนได้ พอออกจากถ้ำเท่านั้น ก็เริ่มกระโดกกระเดกเหมือนเดิม
ฝีเท้าของเขาก้าวเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่แม้ว่าจะทุ่มสุดกำลัง ความเร็วก็ยังเร็วกว่าหอยทากเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ละย่างก้าวขยับไปอย่างยากเย็น สีหน้าดำทะมึนปานจะมีน้ำหยดออกมา บัญชีนี้ ไม่ช้าก็เร็วเขาต้องทวงกลับมาให้ได้
“เจี๊ยกๆ” อาเหลยอยากตามหลังเซวียเสี่ยวหรั่น แต่ถูกเธอโบกมือไล่กลับมา มันก็เลยชักสีหน้า หันมาทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจใส่เหลียนเซวียนที่เดินช้ากว่ามัน
หนึ่งคนกับหนึ่งลิงหน้าตาบูดบึ้ง เดินเลียบริมฝั่งแม่น้ำตามกันไปอย่างช้าๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นเอี้ยวศีรษะหันมามองปราดหนึ่ง ก่อนวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด เธอหยิบสเปรย์พริกจากเสื้อชั้นในออกมาถือไว้ในมือ อยู่ในท่าเตรียมพร้อมตลอดเวลา
ยามวิ่งไปถึงริมธาร เซวียเสี่ยวหรั่นก็เหนื่อยหอบพลางมองไปรอบด้าน ไม่พบร่องรอยของหมูป่า จึงวางตาข่ายดักปลากับตะกร้าไว้ริมธาร หลังจากนั้นก็วิ่งไปยังเนินต้นเถาเฮ่อแห่งนั้น
แน่นอนว่า