ก็กลับมาแล้ว”
ขณะเอ่ยปากก็มีลมหอบหนึ่งวาบผ่านไป
ถูกไล่ถึงสองครั้งสองครา อาเหลยก็คร้านจะตามเธอแล้ว
แม่นางผู้นี้พละกำลังเต็มเปี่ยม ต่างกับเมื่อสองวันก่อนที่ปวดท้องจนลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นราวกับเป็นคนละคน เหลียนเซวียนส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้
หลังจากลากเถาเฮ่อกลับมาถึงถ้ำอีกครั้ง เซวียเสี่ยวหรั่นก็ไม่วิ่งอีกแล้ว
เธอเหนื่อยแทบขาดใจ ค่อยๆ เดินจนตามพวกเหลียนเซวียนทัน
บัดนี้พวกเขาเดินผ่านทางแยกของแม่น้ำมาแล้ว กำลังจะไปที่ลำธาร
“เดินตรงไปอีกหน่อยก็ถึงแล้ว ลำธารสายนี้น้ำค่อนข้างนิ่ง สามารถลงไปยืนดักปลาได้” เซวียเสี่ยวหรั่นตามมาถึงข้างกายเหลียนเซวียน เอ่ยพลางหัวเราะคิกคัก
เหลียนเซวียนยังคงทำหน้าบึ้งตึงไม่สนใจนางชั่วคราว
“ฮิๆ ภูเขากว้างใหญ่ขนาดนี้ อาณาเขตของหมูป่าก็คงจะกว้างอยู่เหมือนกัน ไหนเลยจะมาพบเจอกันง่ายๆ ท่านว่าไหม”
รู้ว่าเขาขุ่นเคืองที่เธอวิ่งมาเองก่อน เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยังทำหน้าหนาเข้าไว้ “อีกอย่าง ข้าพกสเปรย์พริกมาด้วย ท่านก็รู้ว่าอานุภาพของมันร้ายกาจแค่ไหน สำหรับสัตว์ทั่วไปแล้วมันคืออาวุธร้ายแรง อย่าว่าแต่หมูป่า เสือได้กลิ่นก็ยังล้มกลิ้งระเนระนาด”
อย่าว่าแต่สัตว์ป่า แม้แต่คนก็ล้มไม่เป็นท