ก็คงตัดทิ้งไปนานแล้ว” เซวียเสี่ยวหรั่นงึมงำ “จะว่าไปผมม้าของฉันก็ยาวแล้วเหมือนกัน แต่ไม่มีกรรไกรน่ะสิ ครั้นจะใช้มีดตัดก็กลัวว่าจะกลายเป็นหมาแทะพอดี”
เซวียเสี่ยวหรั่นกลัดกลุ้มเล็กน้อย ผมม้ายาวจนบังลูกตา แต่ยังยาวไม่พอที่จะรวบขึ้น ครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้น่ารำคาญเสียจริง
เหลียนเซวียนรู้สึกปวดหัว หงุดหงิดที่ตอนนี้ตนเองพูดไม่ได้ มิเช่นนั้นเขาคงจะสั่งสอนนางออกไปว่า ร่างกาย เส้นผม และผิวหนังได้มาจากบิดามารดา จะทำอะไรตามอำเภอใจได้อย่างไร
หากเซวียเสี่ยวหรั่นได้ยินคำกล่าวนี้ ก็คงจะกลอกตาใส่เขาแล้วลอบสบถในใจว่า “เจ้าคนคร่ำครึ”
เห็นชัดว่าความคิดของคนทั้งสองไม่ไปในทางเดียวกัน
หลังกางเกงแห้งสนิทแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นก็สวมกางเกงเก้าส่วนไว้ข้างใน ขาทั้งสองจึงอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น
เธอดีใจมากหิ้วตะกร้าหวายออกไปข้างนอก อาเหลยก็เดินกะโผลกกะเผลกตามหลังไปด้วย
หนึ่งคนหนึ่งลิงมุ่งหน้าขึ้นเขาไปเก็บผลเกาลัด
ผลลูกหนามสีเขียวเข้มที่ตกอยู่บนพื้นเริ่มเน่าแล้ว เกาลัดสีน้ำตาลไหม้จึงเผยออกมาให้เห็น ใช้กิ่งไม้สองกิ่งคีบมันขึ้นมาแล้วโยนลงตะกร้า
“เกาลัดที่นี่ถูกเก็บไปพอสมควร อาเหลย พวกเราใกล้จะไม่มีเกาลัดกินกันแล้ว” เซวียเสี่ยว