แม่นางข้างกายเขาจามครั้งแล้วครั้งเล่า พอกลิ่นนั่นมาปะจมูก เหลียนเซวียนก็รีบถอยไปหลายก้าว
“แค่กๆ” เซวียเสี่ยวหรั่นฉุนจนน้ำตาไหล “บ้าฉิบ ขนาดกลั้นหายใจแล้วแท้ๆ”
แต่กลับยังหนีกลิ่นฉุนรุนแรงนั้นไม่พ้น
กลิ่นพริก? เหลียนเซวียนไอสองสามครั้งอย่างอดไม่ไหว นางพกพาของพรรค์นี้ติดตัวมาด้วย?
แต่งูที่อยู่ด้านในกลับไม่ยอมเลื้อยออกมา คงจะถูกกลิ่นเผ็ดฉุนรมจนไม่กล้าขยับเขยื้อนมาด้านหน้าแล้วกระมัง
“แค่กๆ” เซวียเสี่ยวหรั่นสำลักอีกหลายหนจนตาแดงก่ำถึงจะหยุด
“งูตัวนั้นไม่เลื้อยออกมา? ฮ่าๆ คงไม่แสบร้อนจนตายอยู่ในนั้นแล้วหรอกนะ นี่คือพริกป่นที่มีระดับความเผ็ดสูงสุดเชียวนะ ฮ่าๆ”
เซวียเสี่ยวหรั่นขอบตาแดง น้ำตายังเปื้อนอยู่บนพวงแก้ม แต่มุมปากกลับทอยิ้มเบิกบานปานบุปผา
เหลียนเซวียนมุมปากกระตุก แม้ว่าเขาจะได้กลิ่นเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นที่พุ่งออกมานั้นเรียกได้ว่าผิดปรกติ
“แหะๆ เมื่องูไม่ออกมาแล้ว งั้นข้าเข้าไปขุดเห็ดก่อน พวกเราจะได้รีบไปจากที่นี่เสียที” เซวียเสี่ยวหรั่นคิดจะเดินเข้าไปอีกครั้ง
เหลียนเซวียนยื่นมือมาขวาง พลางส่ายหน้าช้าๆ
งูตัวนั้นไม่เข้ามา แต่ก็ไม่ถอยหนี แม้กลิ่นความเผ็ดจะทรมานแค่ไหน แต่ผลที่ใช้ได้กับงูยังมี