้นอาศัยอยู่อีกสักหน่อย ข้าเห็นผลไม้ที่พวกมันขว้างลงมามีหลายชนิด ผลไม้เหล่านั้นต้องอยู่ละแวกใกล้ๆ เป็นแน่”
“บาดแผลของท่านไม่รู้ว่าต้องใช้เวลารักษานานเท่าไร อากาศที่นี่รู้สึกเหมือนว่าจะเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว หากเป็นเช่นนี้ สถานการณ์ของพวกเราจะยิ่งน่าสังเวช…”
เซวียเสี่ยวหรั่นหยุดพร่ำบ่น เธอเพิ่งตระหนักได้ถึงปัญหาที่กำลังจะมาถึง
ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว
แต่เธอกับเหลียนเซวียนมีเพียงเสื้อบางๆ ที่สวมติดตัว
หากไม่มีเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว ถึงพวกเขาจะเฝ้าอยู่ข้างกองไฟทั้งวันก็ยากผ่านความหนาวตลอดฤดูกาลไปได้
ไม่ใช่ย่างฤดูใบไม้ร่วง แต่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้วต่างหาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่นางผู้นี้ หลายอย่างที่ออกมาจากปากของนางมักพิลึกพิลั่นเสมอ แค่ฤดูกาลนางก็ยังจำไม่ได้หรือไร
แม้เขาจะไม่รู้วันที่แน่ชัด แต่ฤดูหนาวก็อยู่ไม่ไกลแล้ว
พวกเขาอาจน่าสังเวชอย่างที่นางว่าจริงๆ
เหลียนเซวียนหันไปมองเซวียเสี่ยวหรั่น นัยน์ตาเห็นแต่ภาพเลือนราง มีความคิดชั่ววูบหนึ่งที่อยากให้นางหาทางหนีเอาตัวรอดออกจากป่า โดยไม่ต้องนำพาตนเองแล้ว
แต่พอไตร่ตรองดูอีกที นางไม่เป็นวรยุทธ์ ประกอบกับไร้ทักษะในการเอาตัวรอดในป่าโดยสิ้นเชิง เป็นไปไม่ได้เลยท