แม้แต่ตอนที่เจ้าตัวแอบตามข้ามาถึงเสฉวน ก็ยังไม่เห็นโดนตำหนิอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
แต่คราวนี้ ถึงกับทำให้วีซอลอาหม่นหมองขนาดนี้?
มันต้องมีเรื่องใหญ่อยู่เบื้องหลังแน่
ข้าถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“…ไม่เป็นไรค่ะ”
…แต่สีหน้าของเจ้าก็บอกทุกอย่างว่าไม่ใช่เลยสักนิด
วีซอลอาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าข้าอย่างนิ่งงัน ดูเหมือนว่านางอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูด
ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ
นางบอกว่ามีงานที่ฮงวาสั่งให้ทำ จึงต้องรีบไป
“คุณชาย…”
“หืม?”
“ข้าจะพยายามให้เต็มที่นะคะ”
“เอ๋? อา…งั้นก็…สู้ๆ ล่ะกัน”
ข้าไม่รู้ว่าหมายถึงเรื่องอะไร แต่ในเมื่อเจ้าว่าจะพยายาม ข้าก็ให้กำลังใจไว้ก่อน
หลังจากพูดจบ วีซอลอาก็วิ่งจากไปทันที
…แต่ข้านี่สิ ยังสงสัยไม่หายเลยว่า นางหมายถึงจะตั้งใจทำอะไรกันแน่
หรือว่าวีซอลอาตั้งใจจะไปหาฮงวา…แล้วคำว่า “จะพยายามให้เต็มที่” ของนางก็คือหมายถึงเรื่องงาน?
ยังไงก็ตาม…สีหน้าเศร้าหมองแบบนั้นก็ชวนให้เป็นห่วง ข้าอาจต้องหาขนมยักกวาไปให้นางทีหลังสักชิ้น
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ข้าก็ตัดสินใจออกจากเรือนพัก
แม้ภายในร่างยังคงเจ็บแปลบเล็กน้อยอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเคลื่อนไหวได้ดีพอสมควร
ข้าเดินทอดน่องผ่านทางเดินกลางเขาในสำนักฮวาซาน เส้นทางที่เริ่มคุ้นตาอยู่บ้างในช่วงหลังมานี้