แต่ด้วยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ข้าพอจะทนไหว
…แน่นอนว่าตั้งแต่กลางทางขึ้นไป ข้าก็ต้องเริ่มหมุนเวียนลมปราณช่วยพยุงร่างกายไปแล้วล่ะนะ
“สหายน้อย! เราใกล้จะถึงแล้ว!”
ข้าขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินคำพูดของ ยองพุง
“ท่านยองพุง… คำพูดนี้เมื่อครู่ท่านก็เพิ่งกล่าวไปนะขอรับ”
“แต่ครั้งนี้ใกล้ถึงจริงๆ แล้ว! อดทนไว้อีกนิดเถิด!”
ทำไมหมอนี่ถึงดูมีพลังเหลือเฟือขนาดนี้…?
เขาปีนบันไดสูงชันมาเป็นเวลานาน แต่กลับไม่มีเหงื่อซักหยดบนใบหน้า
แม้แต่นัมกุงบีอาเองก็ดูไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก
เหงื่ออาจจะซึมออกมาบางเบาตรงแก้มของนางเล็กน้อย แต่ก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่
…หรือว่าข้าอ่อนแอเกินไป?
[ข้า…]
‘ถ้าจะเริ่มด้วย “สมัยข้านั้น” ก็เงียบไปเถอะขอรับ’
[…]
ข้าขัดตาแก่ชินเอาไว้เสียก่อน
ดูเหมือนข้าจะเดาถูก เพราะเขาหุบปากเงียบไปทันที
ในที่สุด หลังจากเดินขึ้นมาอีกระยะหนึ่ง ประตูใหญ่ของสำนักฮวาซาน ก็เริ่มปรากฏให้เห็น
“ถึงแล้ว…!”
“…โห”
เมื่อลำบากปีนบันไดขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุด ข้าหันกลับไปมองด้านล่าง
จากยอดเขาเยียนฮวา ข้าสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดสายตา
มันเป็นภาพที่สวยงามจนทำให้ข้าต้องอึ้งไปชั่วขณะ
“งดงามใช่ไหม?”
ยองพุงถาม ข้าพยักหน้าโดยไม่ลังเล
ดูเหมือนข้าจะไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกเช่นนั้น
[…ยังคง… ยังคงงดงามอยู่เช่นเคย… นับว่าเป็นโชคดีจริง ๆ…]