ข้าเคยได้ยินมาว่า จิตวิญญาณแห่งสำนักฮวาซาน สามารถส่งผลต่อธรรมชาติรอบตัวได้
กระบวนท่าของพวกเขาจึงถูกเรียกขานว่า สุดยอดเคล็ดวิชา
และบางที อำนาจที่ส่งผลต่อธรรมชาติได้ถึงเพียงนี้ อาจเป็นเหตุผลที่มันถูกขนานนามเช่นนั้น
เราก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ดอกเหมยเบ่งบาน พลางมองเห็นเรือนพักหลังเล็กกระจัดกระจายอยู่ตามแนวทาง
แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน แต่มันก็ยังได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
แม้จะดูเก่าไปบ้างแต่ก็ไม่มีความรู้สึกเสื่อมโทรมเลยสักนิด
หลังจากเดินผ่านเรือนเล็กๆ เหล่านั้น ข้าก็เดินขึ้นไปตามเส้นทางลาดชัน และที่ปลายทางของเนินเขาแห่งนั้นก็คือเรือนพักหลังใหญ่
“เชิญเข้ามาเถิด”
ที่นี่คือ เรือนพักของเจ้าสำนัก
“แต่… ขอให้เพียงเจ้าเข้ามาคนเดียว ส่วนที่เหลือรออยู่ด้านนอกเถิด”
เซียนดอกเหมยเอ่ยขึ้นพลางมองตรงมาที่ข้า
ข้าหยุดฝีเท้าไปชั่วขณะเพราะรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดขัดอะไร
เมื่อหันไปบอกองครักษ์ของข้าว่าไม่ต้องห่วง ข้าก็เดินตามเจ้าสำนักเข้าไป
ดูเหมือนนัมกุงบีอาจะรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของเจ้าสำนักได้
ภายในเรือนพักของเจ้าสำนักช่างเรียบง่ายจนน่าเหลือเชื่อ แทบไม่มีข้าวของที่เกินความจำเป็นอยู่เลย
เซียนดอกเหมยเดินไปกลางห้อง ก่อนจะเริ่มต้มน้ำชาเองกับมือ
‘ข้าเริ่มรู้สึกเกรงใจขึ้นมาแล้วสิ…’
“เรือนของคนชราเช่นข้า ไม่มีอะไรจะเลี้ยงเจ้ามากนัก นอกจากชาเหมยเท่านั้น”