ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทางช่วงนี้เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทำให้รถม้าวิ่งเร็วไม่ได้
…นอกจากมองวิวซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้ว
◇◆
“คุณชาย!”
“หืม? อะไร?”
“ดูตรงนั้นสิ! กระรอก!”
ตามที่วีซอลอาชี้ไป บนต้นไม้มีกระรอกตัวหนึ่งกำลังกินลูกโอ๊กอยู่
“…อืม ใช่ กระรอกจริงๆ”
“น่ารักใช่ไหมคะ!”
นี่คือสิ่งที่เราทำระหว่างเดินทาง
พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย …
เช่น
มันฝรั่งหรือขนมยักกวา อะไรอร่อยกว่ากัน
เนื้อเหยี่ยวกินแล้วเหนียวกว่าที่คิด
หมูป่าแข็งเกินไป สู้หมูบ้านไม่ได้เลย
…เดี๋ยวนะ ทำไมทุกเรื่องที่พูดกันมีแต่อาหาร?
ขณะที่ข้ามองวีซอลอาที่ชี้ไปที่กระรอกข้ากลับรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
…มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
ข้าจ้องมองนางอย่างครุ่นคิด ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไป
“เจ้าเคยกินกระรอกไหม?”
ข้าถามออกไปด้วยความสงสัย
วีซอลอาหันขวับมามองข้าด้วยสีหน้าแปลกๆ
“…คุณชาย… ถึงยังไงข้าก็กินกระรอกไม่ลงหรอกนะคะ”
นางมองข้าด้วยแววตาที่เหมือนจะถามว่า”คุณชายโง่หรือเปล่าคะ?”
ข้ารู้สึกอยุติธรรมอย่างยิ่ง!
ไหนบอกว่าเคยกินเนื้อเหยี่ยวมาแล้ว? แล้วทำไมกระรอกถึงกินไม่ได้ล่ะ!?
ด้วยความรู้สึกขัดใจ ข้าจึงแย่งขนมยักกวาออกจากมือนางมากินแทน
“อ้ะ… อ้าาาา!!”
วีซอลอาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ใบหน้าของนางแปรเปลี่ยนจากอึ้งเป็นช็อกในเวลาไม่กี่วินาที ราวกับว่าเพิ่งได้รับข่าวว่าพรุ่งนี้โลกจะแตก