รถม้าหยุดลง และทุกคนเริ่มเตรียมการตั้งค่าย
ที่พักแรมคืนนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากลำธาร บรรยากาศดี เหมาะแก่การหยุดพัก
บางทีอาจเพราะนั่งนานเกินไป ทั่วร่างจึงตึงไปหมด
มูยอนมีสีหน้าเคร่งขรึมผิดปกติ ก่อนจะคว้ากระบี่และเดินหายไป
“ข้าจะไปฝึกซ้อมสักหน่อย” เขากล่าวสั้นๆ ก่อนจากไป
แต่เขายังมีเวรยามอยู่… เขาคงจัดการตัวเองได้
เหล่าผู้ติดตามเริ่มจัดเตรียมอาหาร
ข้าเลือกจะยืนอยู่กลางทุ่งหญ้า ไม่ไกลจากค่ายพักแรม
“อีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึงเสฉวน?”
แม้คำนวณคร่าวๆ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะไปถึง
เหมือนเช่นเคย… แผ่นดินนี้ช่างกว้างใหญ่เกินไป
ไม่น่าแปลกใจที่ในอดีตสหพันธ์ยุทธภพเคยพยายามฝึกอสูรมารที่บินได้เพื่อใช้เป็นพาหนะ
หากแต่สุดท้าย…มันกลับล้มเหลวเหมือนกับกรณีของหมาป่าเขาเหล็ก
หลังจากลองผิดลองถูกมาหลายปี พวกเขาต้องยอมรับว่าการฝึกอสูรมารให้เชื่องนั้นเป็นไปไม่ได้
…แต่แล้ว ‘เขา’ ก็ทำได้
มารสวรรค์แตกต่างออกไป
สิ่งที่สหพันธ์ยุทธภพพยายามทำมาหลายปีแต่ล้มเหลวเขาทำได้อย่างง่ายดาย
เพียงแค่ยืนหายใจอยู่เฉยๆ อสูรมารก็หมอบลงเบื้องหน้าของเขา
กระทั่งอสูรยักษ์ที่สามารถกลืนกินคฤหาสน์ทั้งหลังได้ในคำเดียว เมื่ออยู่ต่อหน้ามารสวรรค์มันกลับเชื่องราวกับลูกแกะ
วันนั้นวันที่เขากวาดล้างสำนักฮวาซานจากยุทธภพ เขาปรากฏตัวเหนือฟากฟ้า ขี่อยู่บนหลังอสูรมารที่ใหญ่โตกว่าภูเขา
มนุษย์จะสามารถฝึกอสูรให้เชื่องได้จริงๆ น่ะหรือ…?