น หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย
วันนี้กลับมาบังเอิญเจอกันเข้า แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกจังหวะสักเท่าไหร่นัก
กู้หย่วนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยกัน มีอะไรค่อยว่ากันทีหลังเถอะ ขอข้าจัดการพวกเดรัจฉานเหล่านี้ก่อน!”
สิ้นเสียง ร่างของกู้หย่วนก็หายวับไป และไปโผล่อีกทีในจุดที่ไม่ไกลนัก
ฉั๊วะ! ฉั๊วะ!
ร่างของเขาพริ้วไหวไปตามเพลงกระบี่ ประกายกระบี่ทั้งปราดเปรียวและดุดัน ไม่อาจมีสิ่งใดต้านทานได้
ทุกหนแห่งที่ประกายกระบี่พาดผ่าน หมาป่าเหล่านั้นต่างถูกบั่นหัวขาดกระเด็น ไม่ก็ถูกแทงทะลุกลางหว่างคิ้ว
เพียงชั่วพริบตา หมาป่าสิบกว่าตัวนี้ก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น โดยที่พวกมันไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรนต่อสู้
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?!”
ทว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับทำให้โจวจงอ้าปากค้าง ตาเหลือกจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
ฝีมือของกู้หย่วนนั้น เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว เขายังรู้ด้วยซ้ำว่ากู้หย่วนเพิ่งจะเริ่มฝึกวิชายุทธ์มาได้ไม่ถึงสามเดือนเลยด้วยซ้ำ
แต่ทว่าในตอนนี้ พลังฝีมือที่กู้หย่วนแสดงออกมา กลับเหนือล้ำจินตนาการของเขาไปไกลลิบ การลงมือสังหารหมาป่าที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธเหล่านี้ ช่างง่ายดายราวกับเชือดไก่ก็ไม่ปาน
ไม่สิ!
ดูจะง่ายยิ่งกว่าเชือดไก่เสียอีก สิ่งนี้ทำให้โจวจงรู้สึกมึนงงและสับสน ราวกับตัวเองกำลังตาฝาดไป
อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่รอดตายมาได้ต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น พวกเขาพากันกรูเข