ี้แล้วจะนำไปสู่ความวุ่นวายของใต้หล้าได้อย่างไร”
“ข้าจากฉางจิงมานาน ย่อมไม่อาจทราบได้”
ซ่งโหยวใช้ปลายนิ้วคลึงถ้วยชา แววตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ
แม้เขาจะไม่มีวิชาดั่งนักพรตเทียนซ่วน ทว่าในความเหม่อลอยนั้น คล้ายกับเขาจะได้เห็นเหตุการณ์ในภายภาคหน้าลางๆ
หากมิใช่รัชทายาทสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควร ก็คงเป็นเพราะฮ่องเต้เฒ่าผู้นี้ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาช้าเกินไป
“เฮ้อ…เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแล้ว”
“รบกวนท่านเช่นกัน”
นักพรตทั้งสองต่างทำความเคารพซึ่งกันและกัน
เด็กหญิงตัวน้อยยังคงนั่งยองๆ ตั้งอกตั้งใจสุมไฟต้มน้ำต่อไป…
ฝนห่าใหญ่ตกต่อเนื่องกันถึงสามวันเต็มถึงได้หยุดลง
เป็นเวลาสามวันพอดี
ภายนอกอารามฝนตกหนักจนไม่มีผู้ใดผ่านมาได้ ยิ่งกว่านั้นยังได้ยินว่าถนนหนทางข้างนอกถูกตัดขาด แม่น้ำหยางเจียงเอ่อล้นรุนแรงจนกลายเป็นน้ำหลากเชี่ยวกราก ตลอดสามวันนี้ นอกจากตอนที่กระหายน้ำแล้วเดินไปรองน้ำฝนใต้ชายคามาดื่ม ฮั่วเอ้อร์หนิวก็ไม่ได้กินสิ่งใดและไม่อาจกินสิ่งใดได้ ทั้งยังไม่มีใครให้พูดคุยด้วย ทำได้เพียงฟังเสียงฝนในแต่ละวัน
เสียงฝนอื้ออึง ทว่ากลับมีเพียงเสียงฝนเท่านั้น
ไร้ซึ่งสุ้มเสียงอื่นใดแทรกแซง
นับตั้งแต่เกิดมา ดูเหมือนโลกของเขาจะไม่เคยเงียบเหงาเนิ่นนานเพียงนี้มาก่อน
ไม่มีใครพูดกับเขา และเขาก็เปล่งเสียงไม่ออก จะพูดกับตนเองยังทำไม่ได้ แรกเริ่มเขายังพอจะขยับกายทำเสียงโครมครามเพื่อคลายความเบื่อหน่าย ทว่าต่อมาความหิวโหยทำใ