งนัก ต้องใช้โอสถรักษาชีวิตมาโดยตลอด เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น นางทั้งโกรธทั้งกลัว ทั้งยังไม่มีเงินซื้อยา ผ่านไปไม่นานก็ชสิ้นใจไป”
“ขอแสดงความเสียใจด้วย…”
“…”
เยี่ยซินหรงยกถ้วยชาขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอกประหนึ่งดื่มสุรา เขาโบกมือไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทว่าหลังจากเกิดเรื่องนั้น ชื่อเสียงของผู้น้อยก็ขจรขจายไปไกลขึ้น บ้างก็ว่าผู้น้อยโง่เขลา บ้างก็ว่าผู้น้อยไม่เกรงกลัวผีสากเทพยดา เมื่อเถ้าแก่เจี่ยได้ยินเข้า จึงมาเชิญผู้น้อยไปคุ้มกันเรือ หลายปีมานี้ชีวิตความเป็นอยู่จึงดีกว่าแต่ก่อนมากนัก”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
“หรือว่าคุณชายคิดจะ…”
เยี่ยซินหรงมิกล้าสบตาซ่งโหยวโดยตรง ทว่าในใจกลับมีความคาดหวัง
“ข้าพอจะชเชี่ยวชาญด้านนี้อยู่บ้าง”
“คุณชายต่างหากที่เป็นเทพเซียนตัวจริง สิ่งนั้นก็เป็นแค่ปีศาจตนหนึ่ง” เยี่ยซินหรงแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงคล้ายเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “จริงด้วย พูดถึงเรื่องนี้ ผู้น้อยพลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้”
“เรื่องอันใดหรือ”
“ก่อนหน้านี้ที่พวกข้ากลับมาจากต่างแดน เนื่องด้วยสถานการณ์ในทะเลไม่สงบสุขมานาน พ่อค้าเดินเรือหลายคนต่างร้อนใจยิ่งนัก ดังนั้นเมื่อเถ้าแก่เจี่ยกลับมาถึงจวนที่หยางตู จึงมีคนมากมายมาเยี่ยมเยียน” เยี่ยซินหรงเอ่ยถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทางลำบากใจและประหม่าเล็กน้อย เขาแอบชำเลืองมองซ่งโหยว คล้ายเกรงว่าจะถูกเทพเซียนผู้ไม่ปรารถนาชื่อเสียงท่านนี้จะตำหนิเอา “