งจริงจัง “อีกไม่กี่วันผู้น้อยก็จะต้องไปแล้ว เรือนหลังนั้นถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หากคุณชายไม่รังเกียจ ก็โปรดใช้เรือนหลังนั้นเป็นที่พักพิงจากการพเนจรเถิดขอรับ”
“ท่านไม่เห็นต้องทำถึงเพียงนี้เลย”
“ปล่อยให้ร้าง เรือนย่อมพังเร็วเสียเปล่า” เยี่ยซินหรงชะงักไปครู่หนึ่ง “หากเรือนหลังนั้นได้รับปราณเซียนของคุณชาย ย่อมเป็นมงคลยิ่งนัก”
“หากเป็นเช่นนั้น…”
“เรือนหลังนั้นกว้างขวางนัก เหมาะให้แม่นางสามสีได้วิ่งเล่น ทั้งยังเลี้ยงม้าได้ด้วยนะขอรับ”
“…”
ซ่งโหยวจึงจำต้องตอบตกลง
ราวหนึ่งชั่วยามต่อมา ซ่งโหยวก็กลับมาถึงโรงเตี๊ยม
ทันทีที่ผลักบานประตูเข้าไป ก็เห็นแมวสามสีตัวหนึ่งนั่งยองอยู่กับพื้นตรงหน้าประตู นางนั่งตัวตรง คอยเงยหน้าจ้องมองเขา ใบหน้าเล็กๆ นั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าหางกลับแกว่งไกวไปมา ดูว่าง่ายน่าเอ็นดูยิ่งนัก
ที่แท้นางก็มารอรับเขานี่เอง
“กลับมาแล้วหรือ” ซ่งโหยวเอ่ยเสียงเบาพลางก้าวเข้าห้องไป
เจ้าแมวเงยหน้ามองตามเขา ก่อนจะชะเง้อมองออกไปข้างนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วเอ่ยถามขึ้น “นักพรต วันนี้เจ้าไปเที่ยวเล่นที่ใดมาหรือ”
“ไปเดินเล่นข้างนอกมาน่ะ”
นักพรตหนุ่มเดินผ่านตัวเจ้าแมวไป พร้อมกับเอ่ยถามว่า “แม่นางสามสีเขียนบันทึกการเดินทางไปถึงไหนแล้วเล่า”
“อืม…” เจ้าแมวลุกขึ้นก้าวเดินตามพลางเงยหน้าถาม “เจ้าไปเจอเรื่องสนุกมาบ้างหรือไม่”
“เขียนถึงไหนแล้ว”
“เจอเรื่องสนุกมาบ้างหรือไม่”
“…”
นักพรตหน