งจะคิดว่าท่านพูดจาน่าสนใจกระมัง”
“หรือว่านางจะฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง”
“บางครั้งนางก็ฟังรู้ความนะ”
“แปลกแท้…”
นักพรตหนุ่มพาเจ้าแมวเดินสวนทางคนตัดฟืนไป พวกเขามุ่งหน้าลงเขา ทิ้งให้คนตัดฟืนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ยันคานหาบพักเหนื่อย ขณะเดียวกันเหลียวหน้ามองตามหลังพวกเขาไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ
“เจ้าลูกแมว เดินเร็วหน่อยเถิด”
ซ่งโหยวเอ่ยกับแมวข้างกายขณะก้าวเดิน
“?”
แมวสามสีซอยเท้าถี่รัวตามจังหวะ ทว่ากลับหันหน้ามาจ้องมองเขาตาเขม็ง
“มีอะไรหรือ”
“…เปล่า” เจ้าแมวส่ายหน้าเบาๆ แต่ดวงตายังคงจับจ้องเขาไม่วางตา “นักพรต เหตุใดเจ้าจึงให้ผลไม้กับเขาเล่า”
“กลับมาเรียกนักพรตแล้วหรือ”
“ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย…”
หนึ่งคนหนึ่งแมวลงมาถึงเชิงเขา รออยู่นานโขกว่าจะมีเรือมุ่งหน้ากลับตัวเมืองยอมเทียบท่ารับพวกเขา
ยังคงเป็นเรือกัวผีลำน้อย ทว่าขากลับไม่มีลมหนุนเหมือนขามา ยามนี้ต้องพายทวนกระแสน้ำอย่างยากลำบาก คนเรือต้องใช้เวลาถึงสองวันเต็ม จึงจะส่งพวกเขากลับถึงท่าเรือ
สิ่งแรกที่แม่นางสามสีทำเมื่อถึงจุดหมาย คือรุดไปเยี่ยมเจ้าม้าถึงคอก เมื่อเห็นว่าลูกจ้างโรงเตี๊ยมดูแลมันเป็นอย่างดีจึงเบาใจ นางป้อนผลทิพย์ให้มันกิน พลางกระซิบสั่งความข้างหูบอกให้มันตั้งใจบำเพ็ญตบะ หลังจากกินเสร็จแล้ว ทั้งยังกำชับเรื่องพลังวิญญาณต่างๆ นานา เมื่อพูดจบแล้วก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย
ส่วนซ่งโหยวตรงดิ่งกลับไปยังห้องพัก โดยมีนกนางแอ่นติดตามมาด้วย
พร