บการท่องจำบทกวีของเขา หรืออาจจะเป็นนักการเมืองผู้กุมชะตาใต้หล้าที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้
หากซ่งโหยวมีตบะแก่กล้าดั่งนักพรตเทียนซ่วน เพียงกวาดตามองก็น่าจะเห็นไอวาสนาของคนนับพันนับหมื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทว่ายามที่เขาไม่มีพลังเช่นนั้น มันกลับกลายเป็นความรื่นรมย์ในอีกรูปแบบหนึ่ง
“…”
ซ่งโหยวเผยยิ้มบางๆ ในที่สุดก็เริ่มก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า
“คุณชายจะไปที่ใดหรือ”
“ไปเขาฉยงซาน”
จากท่ามกลางฝูงชนไกลๆ พลันมีเสียงตะโกนตอบกลับมาทันที
“ใช่เขาฉยงซานที่อำเภออิ๋นหวาหรือไม่”
ซ่งโหยวหันไปตามเสียง เห็นเป็นคนเรือวัยกลางคนผู้หนึ่ง
“ถูกต้องแล้ว”
“ขาดอีกที่เดียวก็จะออกเรือแล้ว!”
“ค่าเรือเท่าใดเล่า”
“เก็บเท่ากับไปอำเภออิ๋นหวาเลยขอรับ ถึงเขาฉยงซานเมื่อไหร่ผู้น้อยจะหาที่เหมาะๆ ให้ท่านลง ท่านแค่ต้องกระโดดขึ้นฝั่งเองเท่านั้น” คนเรือมองซ่งโหยวด้วยสายตายิ้มแย้ม “คิดแค่ยี่สิบห้าเหวินแล้วกัน”
“เมี้ยว…”
“ยี่สิบเหวิน”
ซ่งโหยวพยักหน้าพลางลูบหัวแมวเบาๆ
“วันนี้ลมไม่เป็นใจเลยนะขอรับ” คนเรือทำหน้ามุ่ย “ผู้น้อยเองก็ได้เพียงแค่ค่าแรงอาบเหงื่อต่างน้ำเท่านั้น”
“เมี้ยว!”
“ยี่สิบเหวินนี้ข้าให้ท่านทั้งหมดเลย”
ซ่งโหยวอดมิได้ที่จะผุดยิ้ม พลันนึกไปถึงยามที่ต้องขึ้นเรือจากท่าเนี่ยนผิงยามเพื่อจะไปเยือนอำเภออันชิง เรื่องราวในวันวานช่างน่าคะนึงหาเสียจริง
แม้แต่เจ้าแมวก็เงยหน้าขึ้น จ้องมองซ่งโหยวตาปริบๆ
ดูเหมือนนางเองก็รู้สึกค