เทพเซียนอยู่เป็นนิจ ย่อมทำให้เขามีวิจารณญาณและข้อสันนิษฐานในเรื่องเหล่านี้อยู่บ้าง
เขารู้แจ้งในทันทีว่า…แขกทั้งสามนี้ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
ครู่ต่อมา ทั้งหมดก็นั่งล้อมโต๊ะอยู่ภายในห้องไม้แห่งหนึ่ง ข้างกายมีเตาไฟสำหรับต้มชา บนโต๊ะจัดวางจานผลหมากรากไม้ไว้หลายจาน
ผลหมากรากไม้ที่ว่านี้หาได้หมายถึงผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่คนในบางพื้นที่ยังใช้เรียกของว่างที่ทานคู่กับชาอีกด้วย โดยทั่วไปประกอบด้วยผลไม้กวน ขนมหวานและเนื้อแห้ง ซึ่งวิถีเช่นนี้เป็นที่นิยมอย่างยิ่งในแถบเจียงหนาน
ชิงหวายจื่อรินชาลงในถ้วยให้พวกเขา
“ขอบคุณท่านมาก…”
ซ่งโหยวและเยี่ยนอันต่างประคองถ้วยชาขึ้นมากล่าวขอบคุณ
แม่นางสามสีเองก็เอ่ยขอบคุณเช่นกัน ทว่านางเพียงชายตาชมถ้วยชานั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้มันวางอยู่อย่างนั้น นางนั่งอยู่ข้างกายนักพรตหนุ่มพลางเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกสิ่ง
“ท่านมีเรื่องใดจะสอบถามหรือ”
“เรื่องเป็นเช่นนี้…”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซ่งโหยวจึงวางถ้วยชาในมือลงชั่วคราว แล้วเริ่มบอกเล่ารายละเอียด
“พวกข้าเดินทางมาจากแคว้นล่างโจว ทว่ายามสัญจรผ่านรอยต่อระหว่างล่างโจวและหยางโจว กลับพบว่าชาวเขาแถบนั้นกราบไหว้เทพอธรรมนามว่าเทพอันเล่อ ซึ่งเทพองค์นี้เดิมทีเป็นเทพประจำถิ่นที่ราชสำนักแต่งตั้งขึ้น ยามที่ราชครูยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาล้วนยำเกรงราชครู ซ้ำแล้วยังถูกควบคุมไว้ ทว่าครั้นราชครูสิ้นชีพ พวกเขาก็เริ่มเผยธ