นแรงและส่งตัว ข้ามผ่านทุ่งดอกไม้ป่าไป
กระทั่งเข้ามาอยู่ท่ามกลางม่านหมอก
ในม่านหมอกมีสายน้ำไหลเวียน ซ่อนเร้นกลไกแห่งธรรมชาติเอาไว้
แต่จะนำดินบูรพาออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร
นักพรตหนุ่มส่ายหน้า ไม่ได้เที่ยวค้นหาหรือใช้อุบายใด เขาเพียงประสานมือคารวะต่อขุนเขา สายน้ำ ม่านหมอก ดินบูรพา รวมถึงฟ้าดินแห่งนี้
“ข้าแซ่ซ่ง นามโหยว ทายาทอารามฝูหลง มาที่นี่เพื่อขอรับดินบูรพาไปหล่อรวมเป็นนรกภูมิ”
สิ้นคำก็มีเสียงลมพัดผ่านไป
แสงสีนวลตาไร้ลักษณ์พุ่งแหวกม่านหมอกมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับดูคล้ายกับน้ำมากกว่าดิน มันลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เปลี่ยนรูปทรงไปมาไม่หยุดนิ่ง โดยมีไอจางๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบๆ
ซ่งโหยวเพียงยื่นมือออกไปรับมันไว้ในฝ่ามือ
เบาหวิวไร้น้ำหนัก
ทว่าพลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในนั้นกลับลี้ลับอัศจรรย์ยิ่ง
ซ่งโหยวก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือ
ดูท่าดินห้าทิศคงไม่ได้มีกฎการจับคู่ธาตุและทิศทางทั้งห้าที่ตายตัวเสียทีเดียว แต่มักก่อกำเนิดขึ้นตามพลังวิญญาณในสถานที่นั้นๆ ที่นี่คือท้องทะเล มวลน้ำเข้มข้น พลังวิญญาณย่อมมีความลี้ลับแตกต่างไปจากแผ่นดินใหญ่ ดินบูรพาที่กำเนิดขึ้นจึงแฝงด้วยพลังธาตุน้ำ ไหลลุ่มลึกยากจะหยั่งถึงทว่ากลับเปี่ยมด้วยพลังชีวิตที่คอยโอบอุ้มสรรพสิ่งทั้งปวงไว้
จะเป็นอย่างไรต่อนั้น คงต้องใช้เวลาซึมซับและทำความเข้าใจสักหน่อย
“จงหดเล็กลง”
สิ้นวาจา ดินบูรพาก็เปลี่ยนรูปตามคำสั่ง
ซ่งโหยวเก็บ