มันเข้าไว้ในอกเสื้อตามใจปรารถนา ก่อนจะเหลียวมองรอบกาย เขาไม่ได้รบกวนม่านหมอกในหุบเขา เพียงหมุนตัวกลับไปหาเจ้าแมวน้อย
“แม่นางสามสี แบกข้าขึ้นไปที”
“เจ้าซ่อนอะไรไว้น่ะ”
“ดินบูรพา”
“ดินบูรพา… แม่นางสามสีคาบเจ้าขึ้นไปดีกว่า!”
“แบกข้าขึ้นไป”
“ก็ได้ๆ…”
เจ้าแมวทำท่าผิดหวังและจนใจ ได้แต่หมอบกายลงต่ำ
นักพรตหนุ่มปีนขึ้นไปบนหลังแมว เมื่อจับเส้นขนได้มั่นคงแล้ว นางก็หยัดกายขึ้น ทว่าครานี้ไม่ได้วิ่ง เพียงก้าวเดินขึ้นเขาไปช้าๆ เท่านั้น
เจ้าแมวปีนไปพลางหันมองนักพรตด้วยหางตาไปพลาง “พวกเราจะไปแล้วหรือ”
นักพรตหนุ่มที่นั่งถือไม้เท้าบนหลังแมวตอบรับในทันใด
“แม่นางสามสีไม่อยากไปหรือ”
“ที่นี่สนุกมาก! มีแต่คนแคระเต็มไปหมด!”
“ก็น่าสนุกจริงๆ นั่นแล”
“พวกเราจะไปกันแล้วหรือ”
“น่านน้ำอันเป็นที่สถิตของดินบูรพานั้นกว้างใหญ่ ยังมีอีกหลายดินแดนที่พวกเรายังไม่ได้ไปเยือน เห็นทีคงต้องมาล่องทะเลดูอีกสักรอบ” นักพรตกล่าว “ขากลับแม่นางสามสีก็ยังไปเก็บของทะเลได้อยู่นะ”
“จริงด้วย…”
หนึ่งคนหนึ่งแมวสนทนากันไปตลอดทาง
ซ่งโหยวเอียงศีรษะหลบยอดหญ้าตามทาง ปากก็ยังคงพูดไม่หยุด ครั้นตั้งศีรษะให้ตรง ดอกไม้ข้างทางก็เฉียดศีรษะเขาไปพอดี กลีบดอกนั้นสะอาดสะอ้านประดับด้วยหยาดน้ำค้างยามเช้า มองเห็นได้ชัดเจนกระทั่งละอองเกสรข้างใน
ราวครึ่งเค่อต่อมา หนึ่งคนหนึ่งแมวมาถึงริมขอบยอดเขา นักพรตหนุ่มยืนค้ำไม้เท้า ส่วนเจ้าแมวน้อยนั่งตัวตรงอยู่ข้างกาย ท