ั้งคู่ทอดสายตาไปเบื้องหน้า ระหว่างที่เดินฝ่าพงหญ้าไป ก็มองเห็นท้องฟ้าและท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ทว่าเจ้าแมวน้อยดูไปได้ครู่หนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบตาไปด้านข้าง ใช้หางตาลอบชำเลืองนักพรตข้างกาย เมื่อเห็นเขาตัวเล็กกระจ้อยร่อยแต่วางท่าทางสงบเยือกเย็น ในใจก็รู้สึกขบขันยิ่งนัก ซ้ำยังมองเป็นเรื่องสนุก
“นักพรต”
“มีอะไรหรือ”
“ดูสิ เจ้าตัวเท่าหางของแม่นางสามสีเลย”
หางเส้นนี้ยังยาวกว่าส่วนสูงของนักพรตในยามนี้เสียอีก ทั้งยังหนานุ่มพองฟู เมื่อตั้งตระหง่านอยู่ข้างกายเขาเช่นนี้ ดูไปแล้วกลับดูใหญ่กว่าตัวเขาเสียด้วยซ้ำ
ซ่งโหยวยังคงมีท่าทีสงบราบเรียบ เขาเพียงรู้สึกว่าขนบนหางนั้นถูกลมพัดจนมาทิ่มแทงใบหน้าให้รู้สึกคันยิบๆ จึงเบี่ยงหน้าหลบพลางเอ่ย “วันนี้หางของแม่นางสามสีดูว่าง่ายดีนัก”
“มันก็อยากจะประชันกับท่านเจ้าดูสักตั้ง”
“ประชันเสร็จหรือยังเล่า”
“เสร็จแล้ว… เอ๊ะ! ดูเหมือนมันจะยังไม่ยอมจบนะ!”
“…”
ดวงตาของเจ้าแมวเปล่งประกายสดใส แม้บนใบหน้าแมวจะไม่อาจมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกได้ชัดเจนดั่งมนุษย์ สีหน้าของนางกลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก
หนึ่งคนหนึ่งแมวเคียงนั่งรับลมอยู่บนเนินเขากว่าครึ่งค่อนวัน จากนั้นจึงใช้เวลาอีกครึ่งวันให้เจ้าแมวแบกนักพรตหนุ่มเดินไปตามขอบปากปล่องภูเขาไฟหนึ่งรอบ เพื่อเก็บภาพทิวทัศน์ของเกาะเล็กๆ แห่งนี้ไว้ในดวงตา ราตรีนั้นเป็นคืนที่สายลมและเกลียวคลื่นต่างสงบนิ่ง เจ้าแมวหาที่กำบังลมแล