ญ่ถึงเพียงนี้”
ตูม!
พลันบังเกิดเสียงอสนีบาตฟาดเปรี้ยงกึกก้องฟ้า
มังกรยักษ์โผล่ศีรษะออกมาจากม่านเมฆทันควัน จ้องเขม็งมาที่ซ่งโหยว ดวงตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยประกายสายฟ้าอันน่าเกรงขาม
“เจ้าว่ากระไรนะ!”
ครืนนน!
ท้องทะเลพลันบังเกิดคลื่นยักษ์โถมทะยานขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ราวกับว่ามหาสมุทรทั้งมวลกำลังพิโรธไปตามอารมณ์ของจ้าวสมุทร
ยักษ์แรดขาวทั้งสองเห็นดังนั้น ตนหนึ่งพลันซัดฝ่ามือออกไป ใช้พลังมหาศาลร่วมกับไอทิพย์สะกดคลื่นยักษ์ให้สงบลงอย่างหักโหม ส่วนอีกตนหนึ่งแหงนหน้าถลึงตาใส่จ้าวแห่งมังกร พร้อมคำรามลั่นด้วยโทสะ
“เจ้ากล้าล่วงเกินท่านเซียนหรือ”
จ้าวสมุทรยังคงขดตัวอยู่บนฟากฟ้า ทอดมองลงมายังท้องนที ทว่าแววตากลับสั่นไหว สุดท้ายก็ไม่กล้าบุ่มบามลงมือ
“ข้าได้ยินมาว่า พักหลังมานี้จ้าวสมุทรขยันก่อความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง ไม่เพียงทำให้อาณาจักรโพ้นทะเลต้องทุกข์ยากลำบาก ทว่ายังทำให้ผู้คนในต้าเยี่ยนไม่กล้าล่องเรือออกทะเล การติดต่อกับแว่นแคว้นต่างแดนต้องชะงักงันลง เรื่องนี้ไม่ใคร่ดีนัก” ซ่งโหยวยังคงแหงนหน้าสบตากับมัน สีหน้าสงบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเดิม
ยามนี้ต้าเยี่ยนมีเศรษฐกิจรุ่งเรือง การค้าระหว่างอาณาจักรทำกำไรได้มหาศาล ถือเป็นเรื่องมงคล
“จ้าวสมุทรอาจจะพิโรธเพราะการมาเยือนของจอมมารสองตนนี้ เดิมทีน่านน้ำแห่งนี้เป็นสถานบำเพ็ญตนของท่าน การที่จอมมารแห่งจงหยวนล่วงล้ำเข้ามาโดยพลการก็นับว่าเสียมาร