้ ข้าดูว่านักพรตคงจะไม่ชอบอาหารของพวกเขานะ”
“ข้ามิใช่แมวนี่นา ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว”
“ข้าเป็นแมวนี่นา ย่อมเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว~”
“จริงสิ น้ำในหอยสังข์นั่นคืออะไรหรือ”
“มันคือน้ำแกงที่ใช้แช่ปลาและกุ้งน่ะ”
“อ้อ เป็นเช่นนี้เอง”
“อ้อ เป็นเช่นนี้เอง~”
“เหตุใดแม่นางสามสีต้องพูดตามข้าตลอดด้วย”
“แม่นางสามสีก็กำลังจะพูดแบบนั้นพอดี” แมวสามสีหันมามองเขา “เพียงแต่เจ้าชิงพูดตัดหน้าไปก่อน”
“…”
ซ่งโหยวหลุดหัวเราะออกมา เขาเอื้อมมือไปลูบหัวนาง
นางไม่ได้หลบเลี่ยง ปล่อยให้เขาลูบตามใจชอบ เพียงหรี่ตาลงเล็กน้อยยามที่มือเขาสัมผัส เมื่อเขาละมือออก นางจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ที่นี่มหัศจรรย์นัก…”
“มหัศจรรย์อย่างไรหรือ”
“แมวมีดินแดนเป็นของตัวเองด้วย”
“มหัศจรรย์จริงๆ” ซ่งโหยวกล่าวเสียงอ่อนโยน ราวกับกำลังเล่านิทานให้นางฟัง “เล่ากันว่าในสมัยโบราณ มนุษย์นิยมแต่งตั้งยศถาบรรดาศักดิ์ให้หมาแมว เหมือนกับที่ชาวบ้านแถวถนนจินหยางยกย่องแม่นางสามสีเป็นเทพเจ้าเพราะจับหนูเก่งนั่นแหละ ในยุคนั้นปีศาจมีมากกว่ายุคนี้มาก ในป่าลึกจึงมักมีสัตว์ตัวเล็กๆ สร้างอาณาจักรขึ้นมาตามมนุษย์ กระทั่งทุกวันนี้ คนใหญ่คนโตในเมืองฉางจิงยังเรียกหมาแมวที่ตนเลี้ยงว่าเป็นแม่ทัพหรือนายทหารเลย”
“แม่นางสามสีไม่เคยเห็นเลย…”
“แม่นางสามสีไม่ต้องเสียใจไป ข้าเองก็แค่อ่านเจอในตำราเท่านั้น” ซ่งโหยวปลอบ
“เมี๊ยว”
แมวสามสีหันขวับมาจ้องหน้านักพรตหนุ่มด้วยสายตาเคร่งเคร