ลาลายด่างที่เพิ่งใส่กลับเข้าไปออกมาอวดนักพรตอีกรอบ
“ไม่ต้องเอาออกมาแล้ว”
“ต้องเอาออกมาสิ!” เด็กหญิงตัวน้อยดึงดันหยิบมันออกมาอีกครั้ง “เจ้าดูนี่!”
“เห็นแล้วๆ นี่คือปลาเก๋า”
“ปลาเก๋า~”
“ใช่แล้ว”
“เจ้าดูสิว่าปลาตัวนี้ใหญ่แค่ไหน!”
“เห็นแล้ว”
“ใหญ่กว่าแมวอีกนะ!”
“เห็นแล้ว”
“อ้วนมากด้วย!”
“เห็นแล้ว”
“ข้าจะเก็บมันแล้วนะ!”
“แม่นางสามสีเก่งจริงๆ”
“ใช่แล้ว!”
หลังจากนั้นถึงมาเจอหญิงชาวบ้านกำลังขุดหาหอยหลอด เคล็ดวิชานี้ดูจะซับซ้อนกว่าอย่างอื่น แม่นางสามสีคิดไม่ตกเลยว่านางรู้ได้อย่างไรว่าหอยหลอดจะหนีไปทางไหน จึงแอบเดินตามหลังนางอยู่พักใหญ่ ยามนี้นางถือว่าบรรลุวิชานี้แล้ว
“สัตว์พวกนี้โง่จริงๆ เลย ไม่รู้จักหนีด้วยซ้ำ คนปัญญานิ่มยังจับได้เลย” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยกับเขา “แถมยังมีเยอะมากด้วย”
“ที่แม่นางสามสีจับมาตอนนี้ ก็น่าจะพอกินสักสองวันแล้วกระมัง”
“ไม่พอหรอก!”
แม่นางสามสีก้าวนำไปข้างหน้าเพียงลำพัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “หลังจากนี้เราต้องออกทะเล ยังไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน เราต้องตุนของกินไว้เยอะๆ จะได้ไม่หิวตาย”
“แต่เรามีคันเบ็ดนะ ในทะเลก็มีอย่างอื่นให้กินมากมาย”
“ไม่พอหรอก!”
“เอาเถิด…”
ซ่งโหยวไม่คิดโต้เถียงกับนาง เขาเพียงยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยถามว่า “เช่นนั้นข้าขอไปกับแม่นางสามสีด้วยได้หรือไม่”
“ได้สิ”
“เช่นนั้นต้องขอบใจแม่นางสามสีแล้ว” ซ่งโหยวชะงักไปนิด “แต่เหตุใดแม่นางสามส