ินอย่างไรก็ไม่หมด!” แม่นางสามสีกล่าวเสียงจริงจัง ถ้าแม่นางสามสีเป็นแมวที่นี่ คงมาที่ชายหาดทุกวันแน่ ทั้งสนุก ทั้งได้กินอิ่ม! ไม่ต้องทนหิวด้วย!”
“ปูพวกนี้ไม่ได้มีให้เห็นตลอดทั้งสี่ฤดูหรอกนะ”
“หือ”
เจ้าแมวหันขวับมาจ้องมองเขาตาเขม็ง
“ข้าเดาว่า…”
“จริงด้วย เราไม่ได้จะอยู่ที่นี่ตลอดไปนี่นา” นางพยักหน้าลงทันทีที่หาคำตอบได้จากอีกมุมมองหนึ่ง จากนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดแล้วพึมพำออกมาเบาๆ “โชคดีที่แม่นางสามสีกินอิ่มแล้ว พรุ่งนี้แม่นางสามสีก็จะกินเจ้านี่อีก”
“รสชาติเป็นอย่างไร”
ซ่งโหยวเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เหมือนแมลง ตอนที่กินเข้าไป มันใช้ก้ามหนีบปากแม่นางสามสีด้วย” เจ้าแมวตั้งใจตอบคำถาม พลางหันไปมองนกนางแอ่นครู่หนึ่ง “ถ้าปากของแม่นางสามสีแข็งเหมือนกันก็คงดี”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
“นักพรต เจ้าจะกินไหม แม่นางสามสีจะไปจับมาให้เจ้าอีก”
“ฟ้าใกล้มืดแล้ว”
“แม่นางสามสีจะขุดออกมาให้เจ้าเอง”
“ข้าไม่กินหรอก”
“เจ้าไม่ยอมกินอีกแล้ว…”
“หากแม่นางสามสีเต็มใจล่ะก็ ช่วยสอยมะพร้าวลงมาให้ข้าสักลูกสิ” ซ่งโหยวกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นไป
“มะพร้าว!”
ต้นมะพร้าวสูงชะลูด ลำต้นโน้มลงเพียงเล็กน้อย มีใบอยู่แค่ส่วนยอด ไม่แตกกิ่งก้านสาขาใดๆ บนยอดนั้นอุดมไปด้วยมะพร้าวลูกโต
“นี่คือมะพร้าว”
“น้ำมะพร้าวที่ใช้ต้มไก่หรือ”
“เป็นน้ำที่อยู่ในผลน่ะ” ซ่งโหยวกล่าว “ในผลมะพร้าวมีน้ำเยอะ จะดื่มสดๆ หรือจะนำมาต้มก็ได้”
“ก็… ได้…”
แม่นางสาม