อย่างนอบน้อม แล้วขี่นกกระเรียนเหินฟ้าตามไป
รัศมีเทพที่สาดส่องลงมาจากประตูสวรรค์เหนือศีรษะแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งเขาจุนเจ่อ ส่งผลให้ขุนเขาแห่งนี้ดูวิจิตรตระการตาเหนือสามัญ
เหล่านกกระเรียนต่างบินวนเวียนสูงขึ้นไปตามลำแสงเทพนั้น ยิ่งสูงขึ้นเท่าใด เทพเซียนที่นั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละชั้น เมื่อบินไปถึงระดับเดียวกับหมู่เมฆและเหล่าทวยเทพบนสวรรค์ ร่างของดวงวิญญาณเหล่านั้นก็เริ่มแผ่รัศมีเทพออกมา แม้แต่เครื่องแต่งกายและรูปลักษณ์ก็แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ขุนนางหนุ่มมองภาพนั้นจนตาค้าง
มิน่าเล่า… เมื่อตอนหัวค่ำคนผู้นี้ถึงได้บ่ายเบี่ยงว่าตนเองมิอาจดื่มสุรา แม้แต่เนื้อย่างหอมฉุยก็ไม่ยอมกิน เอาแต่พูดคุยเรื่องสายลมพัดพาจันทรากระจ่าง ร่ายกวีเสวนาอย่างออกรส เผยท่าทีร่าเริงแจ่มใสแต่กลับแฝงไปด้วยไหวพริบปฏิภาณขั้นสูง เกรงว่าต่อให้ขุนนางหนุ่มแซ่เหวยมิได้รับการชี้แนะจากซ่งโหยว และยังคงคอยจับผิดว่าผู้ใดเป็นเซียนอยู่อย่างเคย ก็คงไม่มีทางระแคะระคายคนผู้นี้เลย
ได้แต่ชื่นชมความไม่ธรรมดาของเทพเซียนเหล่านี้
มิน่าเล่าถึงได้เป็นเทพเซียน…
“เซวียนเหอจื่อ…”
ผู้ที่ลุกขึ้นยืนในครานี้ ยิ่งทำให้ขุนนางหนุ่มอึ้งกว่าเก่า
กลับเป็นขุนนางร่างอ้วนพุงพลุ้ยและชายแบกหามทั้งสองที่ได้พบเจอระหว่างทาง
ทว่าผู้ที่ได้ขึ้นสวรรค์นั้นหาใช่ขุนนางร่างท้วม แต่เป็นหนึ่งในชายแบกหามต่างหาก
ร่างกายของคนผู้นั้นพลันแป