้อนจากอกเสื้อออกมากระเทาะ
ขณะเดียวกันก็เป่าลมให้ไฟติด
พรึ่บ!
กองฟืนพลันลุกโชนขึ้นมาทันที
ซ่งโหยวมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดูจนต้องเอ่ยชมอีกครั้ง “แม่นางสามสีฉลาดยิ่งนัก…”
ส่วนขุนนางหนุ่มกลับมองตาค้าง
เขาไม่เคยเห็นหินเหล็กไฟของใครหน้าตาแบบนี้ ไม่เคยเห็นใครจุดไฟโดยไม่ใช้เชื้อไฟ และไม่เคยเห็นใครจุดไฟได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตามาก่อน
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร
แม่นางสามสียังคงนิ่งเงียบ นางนั่งลงข้างนักพรต เพื่อตอบแทนคำชมของเขา และเพื่อรักษาภาพพจน์แมวน้อยจอมขยันขันแข็งและรู้จักดูแลผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ตอนนี้นางจึงกลายเป็นเครื่องจักรไร้ความรู้สึก ไม่สนใจเรื่องราวภายนอก มุ่งมั่นอยู่กับการก่อไฟทำอาหารเท่านั้น
“คราวนี้ค่อยอุ่นขึ้นหน่อย” ซ่งโหยวกล่าวกับขุนนางหนุ่มด้วยรอยยิ้ม
“ใช่… ใช่แล้ว…”
“หากท่านไม่รีบกลับไปร่วมวงกับมิตรสหาย เช่นนั้นไม่สู้เล่าตำนานพิสดารอื่นๆ ตามดินแดนโพ้นทะเลของล่างโจวให้ข้าฟังอีกสักหน่อยเล่า เช่นเรื่องดินแดนประหลาดกลางทะเลหรือเรื่องมังกร” ซ่งโหยวเอ่ยกับขุนนางหนุ่มพลางใช้หางตาลอบมองแม่นางสามสีที่กำลังยุ่งอยู่กับการก่อไฟ “ข้าย่อมมีสิ่งตอบแทนให้แน่นอน”
“ได้สนทนากับท่านช่างรื่นรมย์ใจยิ่งนัก ใยจะต้องมีสิ่งตอบแทนอีก”
ขุนนางหนุ่มนั่งอิงไออุ่นจากกองไฟ สายตาจับจ้องการเคลื่อนไหวของแม่นางสามสีพลางเอ่ยว่า “ข้าไม่เคยออกตามหาจ้าวสมุทรหรอก ไม่กล้าไปตอแยน่ะ แต่พอไปถึงชายฝั่งล่างโจว ตำนา