นกลับก้าวเดินไปอย่างเนิบนาบ
แต่ในวันนี้ ความคิดของนางกลับลึกซึ้งและซับซ้อนยิ่ง นางอยากให้เวลาเดินช้าและเร็วในคราวเดียวกัน ครั้นความต้องการทั้งสองนั้นตีรวนกันอยู่ในใจ เวลาจึงดูเหมือนจะทำตัวไม่ถูกว่าควรเดินอย่างไรให้นางพึงพอใจ ทันใดนั้น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็เริ่มส่งผ่านมาทางร่างของนักพรต ราวกับได้รับอิทธิพลจากกลิ่นอายนั้น ภาพเบื้องหน้าจากที่เคยพร่าเลือน กลับกลายเป็นภาพที่แปลกตาออกไป
กระแสลมบนเขาจุนเจ่อคล้ายจะพัดผ่านรวดเร็วยิ่งขึ้น หมู่เมฆที่คลุมทับพลันแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป ทุกสิ่งทุกอย่างประหนึ่งถูกเร่งความเร็วขึ้นมิเช่นนั้น… ก็คงเป็นนางเองที่มองเห็นสรรพสิ่งเคลื่อนช้าลงกว่าเดิม
เมฆบนภูเขาเบาบางดุจผ้าคลุม มันลากหางยาวสะบัดพลิ้วไปตามลม บางครั้งเมฆก้อนเล็กๆ ก็ถูกลมพัดปลิวไป ทว่ายังไม่ทันจะร่วงถึงขอบฟ้าก็มลายหายไปสิ้น เมฆเบื้องไกลแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเรื่อย เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง สลายตัวและก่อตัวใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แสงแห่งทิวากาลพลันหม่นลงอย่างรวดเร็ว
“!”
แม่นางสามสีสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
แววตาของนางกลับมาแจ่มชัดดังเดิม ทันที่ทีนางลุกขึ้น จังหวะของสรรพสิ่งต่างๆ บนใต้หล้าที่เคยถูกเร่งเร้าก็กลับคืนสู่ปกติ
แสงจากฟากฟ้าหม่นลงจริงๆ
แม่นางสามสีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองนักพรตหนุ่ม
“มีอะไรหรือแม่นางสามสี”
น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวลเช่นเดิม
“เจ้ามองภูเขาอย่างเดียวเลยหรือ”
“